วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

 

ใจสงบ .. เป็นชีวิตสำหรับร่างกาย

แต่ความอิจฉา .. ทำให้กระดูกผุ 

~ สภษ 14:30

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/U-rIhJqFoKM

 

https://youtu.be/1sop66GsLiY

 

Hallelujah

https://youtu.be/SHMLFFUXako

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

1 ซมอ 18:6-9, และ 19:1-7

มก 3:7-12

 

ผู้คนยกย่อง สรรเสริญ เยินยอ และ

ติดตามพระเยซูเจ้า เพราะความดีที่พระองค์ได้ทำ

แต่ถ้อยคำเหล่านั้น มิได้ทำให้พระองค์

หลงพันธกิจ ดำเนินชีวิตผิดเป้าหมาย

 

การหลงยึดติดกับ คำชื่นชม เยินยอ

สรรเสริญ ทำให้ซาอูล ตกในความอิจฉา

และปรารถนาจะฆ่า แม้คนใกล้ชิด

ที่ได้ดีในชีวิต เพราะต้องการทำอย่างไรก็ได้

ให้ตน “เด่นกว่า”

 

หมายเหตุ..

เตือนตน....

เกิดเป็นคนเก่งได้...แต่อย่ากร่าง

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า...” (มก 3:7-12)

 

การรับสภาพมนุษย์ของพระบุตรของพระเจ้า

ทำให้มนุษย์กลับกลายเป็นบุตรพระเจ้า

 

บุตรของพระเจ้า

คือผู้ที่เป็นความสว่าง ความหวัง 

และความบรรเทา แก่ผู้คนทั้งมวล

แม้จะอยู่ท่ามกลางการอิจฉา และแม้กระทั่งความตาย

เขาก็ไม่กลัวสิ่งร้ายทั้งสิ้น

เพราะนั่นคือธรรมชาตที่แท้จริงของบุตรพระเจ้า.

________________

 

ทั้งบทอ่านที่หนึ่งและบทพระวรสารวันนี้ เราอาจจะพบเรื่องราวของ “ความอิจฉา” ซึ่งซาอูลรู้สึกอิจฉาดาวิด (บทอ่านที่หนึ่ง) แต่เราคงสังเกตว่า ความสามารถของดาวิดที่เราไตร่ตรองจากเมื่อวานนี้ มาสู่ความจริงที่ทำให้ดาวิดได้รับเกียรติในวันนี้ นั่นคือพระพร อานุภาพ และความสามารถที่มาจากพระเจ้าเท่านั้นเอง

 

สิ่งนี้สะท้อนภาพพระเยซูเจ้าในพระวรสารวันนี้ด้วย เมื่อพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นท่อธารแห่งความดีทั้งมวล และความจริงคือ ทุกคนสรรเสริญความดีที่พระองค์ทรงกระทำ และนั่นคือ ทุกคนสรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงเป็นองค์ความดีนั่นเอง

 

เราอาจจะพบสิ่งที่น่าสังเกตอีกครั้งหนึ่งในพระวรสารวันนี้ หลังจากที่เราพบภาพของปีศาจจอมโกหกในพระวรสารเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว แต่วันนี้ เราอาจจะพบภาพของความไม่จริงใจ ที่ไม่ได้มาในรูปแบบของการโกหกเท่านั้น แต่ยังมาในรูปแบบของความอิจฉาเมื่อพระเยซูเจ้าทรงทำสิ่งที่ดีมากมาย และคนมากมายก็ติดตามพระองค์

 

และเราพบว่า นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พระเยซูเจ้าไม่ยอมให้เจ้าและตัวการแห่งการโกหกได้เป็นผู้ประกาศความจริงเกี่ยวกับพระองค์ แต่พระองค์ทรงคอยให้ผู้ที่มีประสบการณ์กับพระองค์ ได้เป็นผู้ประกาศความเชื่อในพระองค์ และเหล่านั้นคือ บรรดาศิษย์ของพระองค์นั่นเอง

 

พี่น้องที่รักครับ ความอิจฉาเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ว่าในความเป็นจริงนั้น มันเป็นปัญหาของผู้ที่อิจฉาเอง ที่เขาเองไม่อาจยอมรับความจริงในตัวเองและความจริงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ แท้จริงแล้ว เราพบสิ่งเหล่านี้เป็นความจริงในโลกเราวันนี้ เมื่อคนหนึ่งไม่ยอมรับตนเอง เขาก็อิจฉาทุกคน อยากเป็นเช่นคนโน้น คนนี้ และที่สุด เขาก็กลับกลายเป็นตัวการและเจ้าแห่งความไม่จริงใจ ไร้ความสัตย์ซื่อ และจอมโกหกนั่นเอง

 

วันนี้ ผมอยากแบ่งปันสิ่งที่เป็นคำตักเตือนของนักบุญฟรันซิสต่อบรรดาภราดาน้อยของท่าน เรื่องการอิจฉา เมื่อท่านไม่ได้สอนให้เราไม่อิจฉาคนอื่นๆ เท่านั้น แต่ท่านกลับสอนลึกไปกว่านั้นคือ เราต้องไม่เจริญชีวิตให้เป็นที่อิจฉาของใครๆ เลย เพราะนั่นหมายความว่า เรากำลังตกในบาปที่เป็นที่สะดุด และทำให้คนอื่นพลาดพลั้งตกในบาปนี้มากขึ้น ... เอาละซิ แท้จริงแล้ว การเป็นลูกของพระเจ้าก็เป็นสิ่งที่หลายคนน่าอิจฉาเราไม่ใช่หรือ แต่ภาพลักษณ์ของการเป็นบุตรของพระเจ้า คือภาพสะท้อนของพระคริสตเจ้านั่นเอง สิ่งนี้แหละที่เป็นปัญหา แต่เราก็พบทางออกได้ด้วยแบบอย่างของพระเยซู นั่นคือความสุภาพถ่อมตนของพระองค์นั่นเอง ดังนี้เอง พระองค์จึงเชื่อเชิญให้เราเลียนแบบอย่างจากพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีใจสุภาพถ่อมตน... และความสุภาพถ่อมตนนี้แหละ ที่ลดการเป็นเหตุของการเป็นที่อิจฉาของทุกคน ดังที่เราพบได้ในท่าทีของดาวิดที่เป็นผู้ที่ยอมถอยออกมามากกว่าการเผชิญหน้า และรอเวลาที่เหมาะสม เพื่อพิสูจน์ความจริงใจของตน...

 

พี่น้องที่รักครับ แท้จริงแล้ว ชีวิตที่ยากจน และสุภาพถ่อมตนแบบพระเยซูนั้น มองดีๆ ก็คงไม่มีอะไรให้น่าเป็นที่อิจฉาหรอก แต่เพราะความอิจฉานั้นมาจากความไม่จริงใจของปีศาจ ที่แม้วันนี้ มันพยายามประกาศองค์ความจริง “พระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า” มันรู้ แต่มันไม่รักพระเจ้าเลย มันประพฤติตนเป็นอริกับพระเจ้า ดังนี้เอง พระเยซูเจ้าจึงสำทับให้มันเงียบ ไม่ไห้มันเป็นผู้ประกาศความจริงนี้ นอกจากบรรดาศิษย์ผู้มีประสบการณ์กับพระองค์เท่านั้นที่จะเป็นผู้ประกาศว่าพระองค์เป็นใคร

 

“ท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า...” (มก 3:7-12) ประโยคนี้ ควรเป็นหน้าที่ของเราที่เป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้ามากกว่าไหมที่จะประกาศความจริงเกี่ยวกับพระองค์ เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ของปิศาจที่ไร้ซึ่งความจริงใจ จอมโกหก เจ้าแห่งการหลอกลวง มันไม่ใช่หน้าที่ของปิศาจใช่ไหมที่จะประกาศความจริงเกี่ยวกับองค์ความจริงนี้ เพราะมันมีชีวิตที่ขัดแย้งกับความจริงเหลือเกิน... 

 

ฉันล่ะ ฉันประกาศความจริงของพระเจ้า... พระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า ฉันเชื่อเช่นนั้นจริงๆ จากใจที่แสนสัตย์ซื่อของฉันต่อพระคริสตเจ้าหรือเปล่า หรือฉันก็เจริญชีวิตเช่นเดียวกับปิศาจในพระวรสารวันนี้ ที่ประกาศว่า พระองค์คือพระบุตรของพระเจ้า แต่ชีวิตของมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่มันประกาศ

 

ข้าแต่พระเจ้า ลูกจะเลียนแบบอย่างความสุภาพถ่อมตนของพระองค์ เพื่อลูกจะไม่อิจฉาใคร และไม่เจริญชีวิตให้เป็นที่อิจฉาของใคร อันเป็นเหตุและที่มาของบาปต่างๆ ดังความอิจฉาของปิศาจ บาปจึงเข้ามาในโลก และเพราะมันขาดความสุภาพถ่อมตน พระคริสตเจ้าจึงต้องกอบกู้โลกด้วยความสุภาพถ่อมตนของพระองค์... ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณแบบอย่างของพระองค์.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันพฤหัสที่ 23 มกราคม 20 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 1ซมอ 18:6-9; 19:1-7 / มก 3:7-12

หลังจากดาวิดสามารถฆ่าโกลิอัทได้แล้ว ประชากรอิสราเอลได้ยกย่องท่าน เหมือนกับวีรบุรุษในสงครามที่เคยได้รับเช่นกัน หลังจากชัยชนะเหนือศัตรู แน่นอน ไม่ใช่ทุกคนที่นิยมชมชอบในตัวดาวิด ทำให้ท่านเป็นตัวปัญหา ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง กษัตริย์ซาอูลเองหวาดระแวงว่า ความนิยมชมชอบของประชาชนต่อดาวิด จะทำให้ท่านแย่งชิราชงบัลลังก์ของพระองค์ แน่นอน มันเป็นความอิจฉาริษยาส่วนตัว ที่ฝังอยู่ในใจของกษัตริย์ซาอูล ที่จะนำไปสู่การล่มสลายของราชบัลลังก์ของพระองค์ บทเพลงที่บรรดาสตรีร้องสรรเสริญดาวิด ไม่ใช่เป็นการดูหมิ่นพระองค์ เพราะเป็นประเพณีของชาวฮีบรู ที่จะร้องเพลงสรรเสริญวีรบุรุษสองคนควบคู่กัน เพื่อรับเกียรติยศจากการฆ่าศัตรูของพวกเขา แม้ว่าดาวิดจะได้รับเกียรติยศมากกว่าก็ตาม ขณะที่การกระทำของดาวิดทำให้ประชาชนพึงพอใจ (1ซมอ 18:5) แต่พวกเขาก็ทำให้กษัตริย์ซาอูลไม่พอพระทัย (1ซมอ 18:8) ปัญหา คือ เป็นพระประสงค์ของกษัตริย์ซาอูล ที่ต้องการเป็นที่นิยมชมชอบของประชาชน มากกว่าความนิยมชมชอบของพระเป็นเจ้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นความสุภาพของยอห์น บัปติสต์ ที่ต้องกาให้พระเยซูเจ้า ได้รับเกียรติยศมากกว่าท่าน (ยน 1:26-27)

ความอิจฉาริษยาได้เข้าสิงสู่ใจของกษัตริย์ซาอูลในวันต่อมา ทั้งดาวิดและกษัตริย์ซาอูลมีบางสิ่งอยู่ในมือของตน ดาวิดมีพิณที่จะเล่น เพื่อทำให้เสียงเพลงระงับความอิจฉาริษยา กษัตริย์ซาอูลมีหอก ที่พร้อมจะทำร้ายดาวิด  ผู้แต่งหนังสือได้บรรยายถึงเหตุผล ที่กษัตริย์ซาอูลต้องการที่จะแทงดาวิดให้เสียชีวิต (1ซมอ 18:12) ขณะที่พระเป็นเจ้าทรงอยู่กับดาวิด และทรงช่วยให้เขาพ้นจากอันตรายจากกษัตริย์ซาอูล (1ซมอ 18:14) ความอิจฉาริษยาในใจของกษัตริย์ซาอูล ทำให้พระองค์หวาดกลัวว่า คนที่ซื่อสัตย์ที่สุดกลายเป็นศัตรูของพระองค์ ตรงกับโยนาธาน โอรสของกษัตริย์ซาอูล กลับกลายเป็นผู้ที่ไว้วางใจในดาวิด ขณะที่กษัตริย์ซาอูลมองดูดาวิดเป็นผู้คุกคามความมั่นคงของพระองค์ โยนาธานกลับมองดาวิด เป็นเสมือนผู้กอบกู้ประชากรของพระเป็นเจ้า.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)