วันพุธที่ 22 มกราคม 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

วางใจพระเจ้า..

ในสิ่งที่เกินความรู้ของคุณ

วางใจพระองค์..

ในสิ่งที่เกินกำลังของคุณ

 

บทอ่านประจำวันพุธที่ 22 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/LDTZ_TUPW1I

 

 

เมื่อลูกได้เชื่อ

http://youtu.be/T1jREr72LsU

 

วันพุธที่ 22 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

1 ซมอ 17:32-33,37,40-51

มก 3:1-6

 

เมื่อพระเยซูเจ้าทรงใช้อำนาจในการทำความดี

โดยไม่หวั่นไหว ท้อใจ กับคนที่จับผิด คิดร้าย

พระเจ้าทรงอยู่เคียงข้าง ประทานพละกำลังให้กับพระองค์

เพื่อเผชิญกับปัญหา

 

เมื่อดาวิดเชื่อมั่น และใช้อำนาจของพระเจ้า

เพื่อความดีของส่วนรวม โดยไม่หวาดกลัว 

พระเจ้าทรงอยู่กับท่าน เพื่อประทานพระพร

คุ้มครอง ช่วยเหลือให้ดาวิด ประสบความสำเร็จ

ในสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถคาดคิด

 

หมายเหตุ..

คนจะศรัทธา..มันมาจาก..ความดีที่ทำ

มิใช่อำนาจ ที่มาจากตำแหน่ง หน้าที่ การงาน

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพุธที่ 22 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“จงเหยียดมือซิ...” (มก 3:1-6)

 

ต่อพระพักตร์พระเยซู

วันนี้ พระวาจาของพระองค์ท้าทายฉัน

เพื่อให้เหยียดใจออก ยื่นหัวใจออกไป

ด้วยพระองค์ทรงรักษาดวงใจฉัน

ไม่ให้ลีบต่อเพื่อนพี่น้องในวันของพระองค์

วันที่พระองค์ทรงพระเมตตาให้ฉันได้มือดีเท้าดี

และมีชีวิตอยู่เพื่อรักและสรรเสริญพระองค์

 

วันนี้ หากใจของฉันลีบ

ขอวิงวอนพระเยซูโปรดรักษาฉันด้วย

เพื่อฉันจะสามารถยื่นหัวใจของฉันออก

เพื่อรักทุกคนอย่างจริงใจในวันแห่งพระเมตตาของพระองค์ต่อฉัน.

________________

 

พระวาจาของพระเจ้าท้าทายชีวิตคริสตชนของเราจริงๆ ครับ ชีวิตที่เดินตามกฎของพระเจ้า และยังต้องมีกฎของพระศาสนจักรอีกบางประการด้วย อันส่งผลให้เราต้องมีหน้าที่หลายอย่างที่ต้องปฏิบัติ และอาจจะทำให้เรามุ่งมั่นทำหน้าที่เหล่านั้นอย่างดีที่สุดในฐานะที่เป็นคริสตชน ลูกของพระเจ้า... แต่พระวาจาของพระองค์ในวันเหล่านี้ ดูเหมือนจะท้าทายเรามากกว่านั้นอีก เพราะมันไม่เพียงพอเอาเสียเลยที่จะถือกฎของพระเจ้าและกฎของพระศาสนจักรแบบขอไปที แบบที่ว่าสักแต่ทำให้เสร็จๆ ไป เพื่อจะได้ชื่อว่า ฉันได้ทำหน้าที่คริสตชนของฉันอย่างครบถ้วนแล้ว เท่านั้นเอง

 

บทอ่านที่หนึ่งทำให้เราเห็นพระเมตตา อานุภาพ และพละกำลังของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเราจริงๆ เมื่อดาวิดเจริญชีวิตและต่อสู่กับโลกเลวร้ายด้วยพระพรของพระเจ้า เมื่อท่านออกไปสู้รบกับศัตรู ไม่ใช่ด้วยอาวุธเช่นคนของโลก แต่ด้วยพละกำลังของพระเจ้าที่เมตตาค้ำจุนท่าน พระคัมภีร์ที่เราอ่านในบทอ่านที่หนึ่ง อาจจะไม่ได้บอกว่า วันนั้น วันที่ดาวิดเอาชนะชาวฟิลิสเตียนั้นเป็นวันสะบาโตหรือเปล่า แต่เราจะยอมรับไหมล่ะว่า วันนั้น เป็นวันแห่งพระเมตตาของพระเจ้า วันนั้น เป็นวันที่ดาวิดเจริญชีวิตประกาศถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของท่าน และนี่แหละ ดาวิด ผู้ที่เป็นที่รักของพระเจ้าได้ทูลกษัตริย์ซาอูลว่า ... “อย่าให้ใครหมดกำลังใจเพราะชาวฟิลิสเตียผู้นี้ ผู้รับใช้ของพระองค์จะไปต่อสู้กับเขาเอง...” และเราก็พบว่า พระเจ้าทรงประทับอยู่กับดาวิด และดูเหมือนท่านสามารถชนะศัตรูด้วยอาวุธที่ไม่ต่างกับหนังกะติ๊กบ้านเรานั่นเอง... ด้วยพละกำลังของพระเจ้า ด้วยพระเมตตาของพระองค์มิใช่หรือ ฉันจึงยังมีชีวิต... มิใช่หรือ???

 

พี่น้องที่รักครับ ในวันสะบาโต วันของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงให้เรามีเวลาเพื่อจิตวิญญาณของเรา ผมตอกย้ำพี่น้องบ่อยๆ ในวันเหล่านี้ว่า พระเจ้าไม่ได้อะไรจากการถือวันพระเจ้าเลย พระเจ้าไม่ได้อะไรจากการจำศีลอดอาหารหรือความศรัทธาของเราเลย ที่หลายครั้งมันก็เป็นความศรัทธาจอมปลอม และเป็นความศรัทธาที่ทำเพื่อเอาหน้า สักแต่ทำเท่านั้น ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัยแน่ๆ... 

 

หากเราจะไตร่ตรองกันดีๆ แล้ว แต่ละวัน คือทุกวันก็ว่าได้ คือวันที่เราต้องคิดและตระหนักถึงพระเมตตาของพระเจ้าต่อชีวิตของเรา... พระวาจาของพระเจ้าทำให้เรามองเห็นภาพของคนสองคน คือคนมือลีบ และคนใจลีบที่อยู่ต่อพระพักตร์พระเยซูเจ้า... ฉันเป็นใครในสองคนนี้

 

ฉันอาจจะถือกฎมากมายในการเป็นคริสตชน ฉันอาจจะเป็นนักบวชที่มีกฎมากกว่านั้นอีก แต่บางที กฎเหล่านั้นอาจจะทำให้ฉันใจลีบไปหรือเปล่า ที่ทำให้ฉันไม่อาจจะยื่นหรือเหยียดหัวใจของฉันออกไปเพื่อรักและเอาใจใส่เพื่อนพี่น้องของฉันในวันที่พระเจ้าทรงพระเมตตาให้ฉันมีชีวิตอยู่ในแต่ละวัน นี่คือพระพรที่พระเจ้าไม่ได้มีพระทัยลีบที่จะประทานให้กับเรา ดังนั้น วันนี้ เราจงตอบพระเยซูเจ้าซิ “ในวันสะบาโตนั้น ควรทำความดีหรือทำความชั่ว...ควรช่วยชีวิตหรือปล่อยให้ตายไป”

 

สิ่งหนึ่งที่แสดงอาการของสภาพหัวใจที่แย่มาก เมื่อต้องเผชิญกับคำถามแบบนี้คือ ความไม่รู้ร้อนรู้หนาวของจิตวิญญาณของเรา... “ในวันสะบาโตนั้น ควรทำความดีหรือทำความชั่ว...ควรช่วยชีวิตหรือปล่อยให้ตายไป” คำถามนี้ท้าทายเรามาก... ควรทำความดีหรือทำความชั่ว... แต่โดยความตระหนักถึงพระเมตตาของพระเจ้าต่อเราก่อน พี่น้องครับ นักบุญยากอบสอนเราในจดหมายของท่านว่า เป็นคริสตชน หากเราไม่ทำความดี เราก็ทำความชั่ว นั่นก็หมายความว่า เราไม่ช่วยชีวิต แต่เราทำเฉยๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก็เท่ากับว่า เรากำลังพยายามฆ่า หรือทำลายชีวิตนั่นเอง

 

พี่น้องที่รักครับ แท้จริงแล้ว หากเราตระหนักจริงใจว่า แต่ละวันคือวันแห่งพระเมตตาของพระเจ้าแล้วนั้น ชีวิตของเราควรจะมีอะไรที่ดีกว่านี้แน่ๆ ใช่ไหม

 

พี่น้องที่รักครับ ให้เราย่อเข่าลงต่อพระพักตร์พระเจ้าในเช้าวันแห่งพระเมตตาของพระเจ้า ที่เราได้ตื่นขึ้นมาในวันนี้ และวันนี้ เราจะยังทำใจลีบต่อพระพักตร์พระองค์หรือเปล่า ในวันของพระองค์ เราควรทำสิ่งใด ควรทำความดีหรือทำความชั่ว... แต่เราอย่าลืมนะว่า... เป็นคริสตชน หากเราไม่ทำความดี เราก็กำลังทำความชั่วอยู่นะครับ

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดรักษาหัวใจลูก ขออย่าให้ลูกมีใจลีบต่อความต้องการของเพื่อนพี่น้องเลย เพราะพระทัยของพระองค์ ไม่เคยลีบเพื่อยื่นความรักของพระองค์สำหรับลูก.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันพุธที่ 22 มกราคม 20 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 1ซมอ 17:32-33,37,40-51 / มก 3:1-6

ชาวฟีลิสเตียและชาวอิสราเอลได้เผชิญหน้ากันนาน 40 วัน ทุกวัน ทุกเช้าเย็นโกลิอัทได้ออกมาท้าทายชาวอิสราเอล ให้ส่งคู่ต่อสู้ออกมาต่อสุ้กับเขา เนื่องจากเห็นรูปร่างของโกลิอัทใหญ่โตมาก ชาวอิสราเอลรู้สึกหวาดกลัว และไม่มีใครกล้าออกไปต่อสู้ด้วย ดาวิดได้ใช้เวลา 40 วันในการดูแลบ้านของบิดาที่เมืองเบธเลเฮม ก่อนที่เจสซีจะส่งเขา ไม่พบพี่ๆว่าพวกเขากำลังทำอะไร  ดาวิดได้จัดเตรียมอาหารและได้เดินทางไปยังหุบเขาเอลาห์ ขณะที่ดาวิดได้ตรวจดูพวกที่กำลังรับใช้อยู่ในกองทัพของอิสราเอล และได้ยินความใหญ่โตของโกลิอัท เขาต้องการจะรู้ว่า คนที่ฆ่าชาวฟิลิสตินจะได้รับอะไรบ้าง เขาเองยังรู้สึกแปลกใจ ที่ชาวฟิลิสเตียที่ไม่ได้รับการเข้าสุหนัต จะต่อสู้กับกอองทัพของพระเจ้าผู้ทรงชีวิตได้อย่างไร เมื่อดาวิดได้ไปหากษัตริย์ซาอูล เขาได้ทูลพระองค์ว่า “อย่าให้ใครหมดกำลังใจเพราะชาวฟิลิสเตียผู้นี้ ผู้รับใช้ของพระองค์จะไปตู่อสู้กับเขาเอง”(1ซมอ 17:32) เป็นเวลาครั้งแรกในเวลาเกือบหกสัปดาห์ ที่มีคนในอิสราเอลรับอาสาที่จะออกไปต่อสู้กับโกลิอัท ดาวิดได้ยืนยันว่า เขาพร้อมที่จะต่อสู้กับชาวฟิลิสเตีย ที่ไม่ได้รับการเข้าสุหนัต ที่กล้าท้าทายกับกองทัพของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต ความพร้อมของดาวิดไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของรูปร่าง แต่อยู่ที่ความวางใจในพระเป็นเจ้า

เหตุผลแรกที่ดาวิดพร้อมที่จะต่อสู้กับโกลิอัท คือ ความประสงค์จะทำเพื่อสิริมงคลของพระเป็นเจ้า เขาเข้าใจดีว่า ชาวอิสราเอลทุกคนจะต้องทำเพื่อพระสิริมงคลของพระเป็นเจ้า และเพราะว่าพวกเขาไม่ได้เจริญชีวิต เพื่อพระสิริมงคลของพระเป็นเจ้า พวกเขาจึงไม่อยากต่อสู้กับโกลิอัท เมื่อเขามาท้าทายพวกเขา เหตุผลที่สอง คือ การช่วยประชากรของพระเป็นเจ้าให้พ้นจากภัยอันตราย ดาวิดคือคนเลี้ยงสัตว์ และเขาต้องรับผิดชอบ ในการที่ต้องช่วยให้ฝูงสัตว์พ้นจากอันตราย ถ้าเขาสามารถฆ่าสัตว์ร้ายได้ เขาก็สามารถฆ่าโกลิอัทได้เช่นเดียวกัน...ข้าแต่พระเป็นเจ้า ลูกวางใจในพระองค์ แม้จะมีความยากลำบาก ปัญหา และความทุกข์ทรมาน ลูกขอสัญญาว่า ลูกจะยินดีเจริญชีวิตเพื่อพระองค์ ขอพระองค์โปรดช่วยลูกไม่ให้พ่ายแพ้แก่การประจญ แต่โปรดช่วยลูกให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ อาแมน.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)