วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

 

ในยามสุข .. เราต้องสรรเสริญพระเจ้า

ในยามลำบาก .. เราต้องแสวงหาพระเจ้า

ในยามยุ่งยาก .. เราต้องวอนขอพระองค์

ในยามสงบ .. เราต้องนมัสการพระองค์

 

ในยามรอคอย .. เราต้องวางใจในพระองค์

ในยามเจ็บปวด .. เราต้องสัมผัสพระองค์

ในยามรัก .. เราต้องโมทนาคุณพระองค์

ในยามปรกติ .. เราต้องฟังเสียงและนบนอบพระองค์

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/HhM5VJBMfs0

 

https://youtu.be/ONVOrcgIiEs

 

We Thank Thee 

https://youtu.be/joZJQjhLAHw

 

 

 

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

อ่าน : 

1 ซมอ 15:16-23

มก 2:18-22

 

เมื่อมีคนถามเหตุผลพระเยซูเจ้าว่า 

ทำไม ศิษย์ของพระองค์ไม่ปฎิบัติธรรมเนียม

การจำศีลอดอาหาร   

พระเยซูเจ้าจำเป็นต้องอธิบาย

ให้พวกเขาเข้าใจถึง วิธีคิดของการนมัสการ

ที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ “การรู้ตัว” ว่า 

ตนกำลังทำอะไร  อยู่กับใคร 

ไม่ใช่ปล่อยใจ ตามความเคยชิน

 

ซามูเอล เตือนซาอูล ถึงวิธีคิด ..

วิถีชีวิตของการนมัสการที่แท้จริงนี้ 

สิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย คือ การเชื่อฟัง

ด้วยความอ่อนน้อม ถ่อมตน  รู้ตัว

 

หมายเหตุ..

ผู้รู้ดี อาจมีมาก..

เพราะผู้รู้ตัว หายาก

เมื่อคนส่วนมาก รู้ดี..

จึงมีคนส่วนน้อยที่รู้ตัว..

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ศิษย์ของท่านไม่จำศีลเลย...” (มก 1:18-22)

 

พระเจ้าไม่ได้รับอะไรจากเรา

และพระองค์ก็ไม่ทรงมีความจำเป็นต้องรับสิ่งใดๆ จากมนุษย์เลย

ความศรัทธาของเรา หาได้นำพระเกียรติมงคลมาสู่พระเจ้าไม่

แต่นั่นคือพระพรที่หลั่งไหลมาสู่เรา

 

สิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการจากเรา

คือการฟังพระสุรเสียงของพระองค์

คือ การดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์ต่างหาก...

 

________________

 

พระวาจาของพระเจ้ายืนยัน และเตือนเราอีกครั้งในวันนี้ พระเจ้าหาได้มีความจำเป็นที่จะต้องรับการถวายเกียรติใดๆ จากมนุษย์ไม่ แต่พระประสงค์ของพระองค์คือ การเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า

 

บางเวลาที่ผ่านมาของชีวิต บางที สิ่งที่สำคัญ อาจจะไม่ใช่เพียงความทึ่งในความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า แล้วก็จบอยู่เพียงแค่นั้น แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น เพื่อตอบสนองพระประสงค์ของพระเจ้าเลย... บางที ฉันอาจจะถามอย่างดาวิดว่า ฉันเป็นใคร บรรพบุรุษของฉันเป็นใคร ทำไมพระเจ้าจึงทรงนำข้าพเจ้ามาไกลถึงเพียงนี้... หรือแม้แต่บางครั้งฉันอาจจะกำลังบอกกับตนเองว่า ฉันไม่เหมาะสมเลยกับจุดที่กำลังยืนอยู่นี้ ไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย มันไม่น่าจะเป็นฉันเลย แต่ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันกำลังสอนอะไรบางอย่างกับฉันหรือเปล่า ฉันกำลังยืนทึ่งอยู่ตรงนั้น โดยไม่ได้ตอบสนองอะไรเลยหรือเปล่า...

 

มันยาก ฉันคงทำไม่ได้ และมันคงเกินกำลัง โอ้ แต่นี่คือหนทางที่พระเจ้าทรงนำฉันมา และพระเจ้าของเราไม่ใช่พระเจ้าผู้นำทางเท่านั้น แต่เป็นพระเจ้าผู้ร่วมทางด้วย ดังนั้น บนหนทางนี้ สิ่งที่จำเป็นอาจมีอยู่เพียงสิ่งเดียวคือ การฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า การแสวงหาและดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์

 

บนหนทางที่พระเจ้าทรงเดินมาพร้อมกับเรานี้ การจำศีลอดอาหารหาใช่สิ่งที่จำเป็นไม่ เมื่อพระเจ้าทรงเป็นเจ้าบ่าวที่ประทับอยู่กับเรา แต่ทว่า การเดินไปพร้อมกับพระองค์ต่างหาก การดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์ต่างหาก คือความปิติยินดีของศิษย์ของพระองค์ ดังนั้น บนหนทางสายนี้ สิ่งเดียวที่ฉันต้องกระทำคือ เดินตามพระประสงค์ของพระเจ้า มันไม่มีเวลาแล้ว ที่จะถามว่าทำไม ทำไมฉันต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวต่างๆ ที่แม้ว่าฉันอาจจะไม่ต้องการเผชิญ แต่นี่ กลับกลายเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ และคือสิ่งที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์

 

พี่น้องที่รักครับ พระประสงค์ของพระเจ้า คือให้เราเจริญชีวิตตอบแทนความรักของพระองค์ และความรักไม่ได้อยู่ที่เรารักพระองค์ แต่อยู่ที่พระองค์ทรงรักเรา ดังนั้น การตอบแทนรักของพระองค์คือ เราต้องรักกันและกัน...

 

พี่น้องที่รักครับ เมื่อพระคริสตเจ้า ทรงประทับอยู่กับเราดังเจ้าบ่าวแล้ว ไม่ใช่แล้วครับ ไม่ใช่การจำศีลอดอาหาร หรือการถือกฎใดๆ มากมาย แต่หมายถึงการเป็นหนึ่งเดียวในความรักของพระองค์เท่านั้นครับ วันนี้ เราเป็นความปิติยินดีท่ามกลางพี่น้องของเรามากน้อยเพียงใด

 

ข้าแต่พระเจ้า ของให้การจำศีลอดอาหารของลูก หมายถึงการอดต่อน้ำใจตนเอง และแสวงหาหนทางเพื่อเดินตามพระประสงค์ของพระองค์เถิด.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 20 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 1ซมอ 15:16-23 / มก 2:18-22

สามเณรคนหนึ่งได้เล่าเรื่องการจำศีลอดอาหาร ในระหว่างการเข้าเงียบ 30 วันว่า เราได้รับกำลังใจ ให้เข้าเงียบอย่างเข้มข้น เพื่อจะได้ยินเสียงพระจิตเจ้ากำลังทำงานในใจ ก่อนอื่น เขาเล่าว่า ท้องเริ่มปั่นป่วน ทำให้ไม่มีความสงบในการสวดภาวนา ทำให้ใม่สามารถนอนตอนกลางคืน แต่เมื่อเริ่มปรับตัวได้ เขาก็สามารถดำเนินการเข้าเงียบได้อย่างดี รู้สึกถึงการประทับอยู่ของพระเป็นเจ้า พอเข้าสัปดาห์ที่สาม ก็ปรากฏว่า เขาไม่สามารถจะทำการอดอาหารได้อีกต่อไป จึงตัดสินใจไปที่ห้องอาหารตั้งแต่เวลา 3.30 น. และเห็นสามเณรหลายคนกำลังรับประทานอาหาร

ขณะที่ประชาชนสังเกตว่าบรรดาสานุศิษย์ของยอห์น บัปติสต์ และของพวกฟาริสีจำศีลอดอาหาร แต่บรรดาสานุศิษย์ของพระเยซูเจ้าไม่ได้ทำ พวกเขาจึงได้บ่นให้พระเยซูเจ้าฟัง แน่นอน ประชาชนเหล่านั้นอาจจะสังเกตเฉพาะการจำศีลอดอาหาร แต่เพียงภายนอกเท่านั้น แต่ไม่ได้สังเกตจิตตารมณ์ของการจำศีลอดอาหารภายในจิตใจ เช่นเดียวกับพวกสามเณรในเรื่องที่เล่ามา พระเยซูเจ้าจึงใช้โอกาสนั้น เพื่อเตือนประชาชนเหล่านั้น ให้มองดูจิตตารมณ์และความหมายที่แท้จริงของการจำศีลอดอาหาร

การจำศีลอดอาหารจะต้องทำให้เรารู้สึกถึงการประทับอยู่ของพระเป็นเจ้า การจำศีลอดอาหารต้องทำให้เราละเว้นจากการบริโภคอาหาร ที่เป็นพื้นฐานของความต้องการของเรา เพื่อเราจะได้หันความคิดของเรา ไปมองดูว่า สิ่งที่จำเป็นจริงๆในชีวิต คือ พระเป็นเจ้า และเป็นพระเป็นเจ้าเอง ที่ได้จัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นในชีวิตให้แก่เรา อีกอย่างหนึ่ง การจำศีลอดอาหารไม่ใช่มีจุดประสงค์ เพื่อการจำศีลอดอาหารอย่างเดียว มันเป็นเพียงวิธีการที่จะนำเราไปสู่จุดประสงค์ที่แท้จริง การจำศีลอดอาหารต้องนำเราให้ใกล้ชิดพระเป็นเจ้ามากขึ้น ช่วยให้เรารู้ว่า เราต้องพึ่งพาพระเป็นเจ้ามากขึ้น และช่วยนำเราให้เป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้อง ที่กำลังทนทุกข์ทรมาน เพราะพวกเขาขาดแคลนสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)