วันอังคารที่ 14 มกราคม 2020 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

 

 



ผลของความเงียบ คือ การภาวนา   

 ผลของการภาวนา คือ ความเชื่อ   

 ผลของความเชื่อ คือ ความรัก   

 ผลของความรัก คือ การรับใช้   

 ผลของการรับใช้ คือ สันติสุข

 

บทอ่านประจำวันอังคารที่ 14 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/zh8y8EUrpvQ

 

https://youtu.be/c5H_X0f0kJs

 

 As the  Deer

https://youtu.be/a5pZkLWZv-E

 

 

วันอังคารที่ 14 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

1 ซมอ 1:9-20

มก 1:21-28

 

คำสอนที่ทรงพลัง ทำให้พระเยซูเจ้า

มีชื่อเสียงเลื่องลือไปไกล 

และสิ่งที่ทำให้คำสอนของพระองค์ มีพลัง 

นั่นคือ การสอนด้วยการกระทำ

 

เมื่อฮันนาจริงใจต่อพระเจ้า 

ทำในสิ่งที่เธอพูด พระเจ้า

ทรงสดับฟัง คำภาวนาของเธอ

 

หมายเหตุ..

ความจริงใจ อาจจะไม่ได้ แสดงด้วยปาก

การกระทำต่างหาก ที่แสดงถึง ความจริงใจ

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)



“พลังแห่งพระวาจา”

วันอังคารที่ 14 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“จงเงียบ...” (มก 1:21-28)

 

การประกาศความเชื่อในพระคริสตเจ้า

ไม่ใช่การประกาศด้วยวาจาเท่านั้น

แต่ด้วยชีวิตที่เชื่อในพระองค์อย่างแท้จริง

 

มิฉะนั้น

วิญญาณข้าฯ เอ๋ย

นี่คือพระวาจาที่พระเจ้าจะตรัสกับเจ้า

“จงเงียบ...”

 

________________

 

พี่น้องที่รัก บางที เราคงแปลกใจที่ทำไมพระเยซูเจ้าไม่อนุญาตให้ปีศาจประกาศว่า พระองค์เป็นใคร ทั้งๆ ที่อาจจะดูเป็นเรื่องที่ดี แต่พระองค์ตรัสว่ “จงเงียบ และออกไป...”

 

เพราะแท้จริงแล้ว การประกาศว่าพระคริสตเจ้าเป็นใครนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ที่เจริญชีวิตเป็นศิษย์พระคริสตเจ้าอย่างแท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่ประกาศแต่เพียงวาจา “ฉันเป็นคริสตัง... ฉันเป็นพลมารีย์ ฉันเป็นคูร์ซิลโล ฉันเป็นวินเซนต์ ฉันเป็นสภาอภิบาล... ฉันเป็น...” แต่แล้ว ฉันไม่ใช่ศิษย์แท้พระเยซู ทุกอย่างก็ไร้ค่า

 

พี่น้องครับ ผมแบ่งปันกับพี่น้องเสมอว่า พระเจ้าไม่ได้ทรงมีความจำเป็นที่จะต้องรับสิ่งใดจากเรา แต่ความจริงใจของเราต่อพระองค์ คือศรัทธาที่แท้จริง ที่ไม่ใช่เพียงประกาศความเชื่อด้วยวาจาเท่านั้น แต่การเชื่อในพระองค์นั้น คือการเจริญชีวิตเป็นศิษย์แท้ของพระองค์ คือการเจริญชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์อย่างแท้จริง

 

เอาเถอะ... เช้านี้ พระวาจาตอนนี้ สะท้านใจผม ทำให้ผมต้องพิจารณาความเชื่อในพระคริสตเจ้าที่ผมประกาศ ผมเชื่อในพระองค์จริงๆ หรือเปล่า... หรือผมเพียงประกาศด้วยวาจาเท่านั้น แต่แล้วชีวิตของผมกลับไม่จริงใจกับพระเยซูเจ้าเลย หากชีวิตที่ประกาศความเชื่อของผมเป็นแบบปีศาจในพระวรสารวันนี้แล้ว โอ้ พี่น้องที่รัก ประโยคนี้ สะท้านใจจริง เมื่อพระองค์จะตรัสกับผมว่า “จงเงียบ และออกไป...” คือเงียบเถอะ หากชีวิตของเจ้าเดินสวนทางกับความเชื่อที่เจ้าประกาศ เพราะพระเจ้าคงไม่ได้รับอะไรจากเจ้าเลย

 

พี่น้องที่รักครับ บางทีนะ เราเป็นหลายอย่าง เป็นนักบวช เป็นพระสงฆ์ เป็นสมาชิกในหลายๆ องค์กร จนเราอาจจะไม่เคยห่างไกลวัดเลย แต่หากเราขาดสิ่งนี้ นั่นคือการเป็น “ศิษย์แท้พระเยซู” พี่น้องครับ เราก็ไม่เหลืออะไรเลย นอกจากชีวิตคริสตชนที่เจริญชีวิตเพื่อตนเองทั้งนั้น ไปวัดเพื่อตนเองจะดูดี พระสงฆ์นักบวชที่ทำงาอภิบาล เพื่อให้ดูดี ดูศักดิ์สิทธิ์ แต่แล้ว หากปราศจากพื้นฐานนี้ คือ “การเป็นศิษย์แท้พระเยซู”... พี่น้องครับ “จงเงียบ และออกไป...” พระวาจานี้สะท้านใจจริง

 

นะ นะ นะ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าเช้าวันนี้ ทำให้เราที่ได้รับการเรียกให้มาเป็นศิษย์แท้พระเยซู ได้ประกาศความเชื่อในพระองค์ ไม่ใช่ด้วยวาจาเท่านั้น แต่ด้วยชีวิตที่เปี่ยมด้วยความเชื่อและรักในพระองค์จริงๆ เพราะหากฉันจะเป็นพระสงฆ์ เป็นนักบวช เป็นอะไรอีกมากมายในพระศาสนจักร แต่หากฉันขาดซึ่งการเป็นศิษย์แท้พระเยซูเจ้าแล้ว ฉันก็ไม่มีตัวตนในชีวิตของพระคริสตเจ้าเลย และดังนั้น ทุกสิ่งที่ฉันเป็น ก็ไม่มีคุณค่าอะไรเลย เพราะฉันทำเพื่อตนเองทั้งนั้น...

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงรวมลูกไว้ในพระองค์เถิด... 

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันอังคารที่ 14 มกราคม 20 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 1ซมอ 1:9-20 / มก 1:21-28

อย่างไรก็ตามนางฮันนาห์ยังต้องการที่จะให้กำเนิดบุตรชาย ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้หัวใจที่ว่างเปล่าของนางเต็มเปี่ยมได้ นอกจากการมีบุตร และนางต้องการจะมีบุตรจริงๆ คำถามของเอลคานาห์ไม่สามารถจะตอบปัญหาให้นางแต่อย่างใด หรือทำให้เหตุการณ์ดีขึ้นกว่าเดิม และนางฮันนาห์จะแก้ปัญหาได้อย่างใด? นางได้ตัดสินใจที่จะทำอะไรบ้าง เพื่อแก้ปัญหาของนาง นางหยุดร้องไห้และเริ่มกินอาหารและดื่มเครื่องดื่ม ในขณะที่นางมีความเศร้าโศกและความผิดหวัง นางฮันนาห์ได้หันไปหาคนที่สามารถจะช่วยนาง ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าหมดหวัง บุคคลนั้น คือ พระเป็นเจ้า ผู้ประทานชีวิตและรับฟังคำสวดภาวนาเพื่อให้นางสามารถมีบุตรได้ นางจึงได้ตัดสินใจไปยังสักการสถานที่เมืองชิโลห์ เพื่อวอนขอพระเป็นเจ้า ให้ประทานบุตรชายให้แก่นาง แต่นางก็วิงวอนขอด้วยความสุภาพถ่อมตน ขณะที่นางทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เป็นเวลานาน เอลีดูอัปกิริยาจากริมฝีปากของนาง แต่มิได้เปล่งเสียงออกมา เอลีคิดว่า นางเมาเหล้า จึงถามนางว่า “เธอจะเมาอีกนานเท่าใด จงเลิกเมาเสียเถิด” แต่หลังจากที่นางได้แก้ตัว เอลีได้ฟังและบอกนางให้ไปในสันติสุข และได้ส่งนางไปพร้อมทั้งอวยพรให้

เรื่องราวได้ดำเนินต่อไปตามที่เราพอจะคาดได้ นางฮันนาห์ได้กลับไปบ้าน ได้ตั้งครรภ์ ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง และได้ถวายให้เขารับใช้พระเป็นเจ้า และได้เจริญชีวิตอย่างมีความสุข ความเศร้าโศกของนางฮันนาห์น่าจะมีอะไรที่ลึกซึ้ง สลับซับซ้อนมากกว่าที่ปรากฏให้เห็น เพราะนางตกอยู่ภายใต้ระบบที่ อยุติธรรม ที่ดูเหมือนว่าตรงข้ามกับความประสงค์ของนาง ที่อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่าและสมบูรณ์แบบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า มีแต่พระเป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียวที่สามารถแก้ปัญหาให้แก่นางอย่างแท้จริง...เมื่อเวลาที่เรากล่าวว่า “พระเป็นเจ้า ทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไป”ขอให้เราหยุดสักครู่หนึ่ง เรากำลังวิงวอนของพระเป็นเจ้าแห่งสากลจักรวาล พระองค์ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง พระองค์ผู้ทรงจัดให้ดวงดาวต่างๆเคลื่อนไหวไปตามระบบ ขอพระองค์โปรดกระทำทุกสิ่งแทนเราด้วยเทอญ.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)