วันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2020 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

 



หนทางข้างหน้า

จะเป็นอย่างไร...

ฉันไม่ได้มั่นใจใน "หนทาง"

แต่มั่นใจใน "พระเจ้า" ผู้ทรงนำทาง

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/R0EuwrP3LJU

 

https://youtu.be/4S4YhPBlWLg

 

Lead Me Lord

https://youtu.be/XLtIylXJ3V4

 

 

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

1ซมอ 1:1-8 

มก 1:14-20

 

เพื่อจะเป็นศิษย์ของพระคริสตเจ้า 

ทำหน้าที่เป็นชาวประมงจับมนุษย์

ซีโมน อันดรูว์ ยากอบ และยอห์น

จำเป็นต้องสละ ละทิ้ง ตัวตน

ความชำนาญ มั่นคง ในสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ไปติดตาม เรียนรู้จากพระคริสตเจ้า

 

แม้นางฮันนาห์ จะรู้สึกว่า 

การสละตัวตนของตนเองเป็นเรื่องยาก

เมื่อไปเปรียบกับ นางเปนินนาห์ 

ซึ่งเปี่ยมด้วยพระพร ความสามารถ

ตามธรรมชาติแบบมนุษย์ 

เอลคานาห์ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า 

ความรัก ที่ฮันนาห์ ได้รับ มิได้ด้อยกว่า...

 

หมายเหตุ..

เคล็ดลับ ฝึกใจ ให้รู้จักละ........

พอใจ กับ สิ่งที่มี

ยินดีกับสิ่งที่ กำลังเป็น

เห็นคุณค่า ในสิ่งที่ได้เลือกแล้ว...

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2020

สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ชาวประมงหามนุษย์” (มก 3:14-20)

 

พระพรต่างๆ มาจากพระเจ้า

คือพระพรที่เคียงข้างชีวิตของแต่ละคน

 

อะไรคือพระพรที่ฉันได้รับจากพระองค์

แล้วฉันได้ใช้พระพรนั้นเพื่องานของพระองค์บ้างไหม

 

ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของฉันอาจมีมากมาย

แต่ฉันก้าวหน้าด้านจิตวิญญาณบ้างหรือเปล่า...

________________

 

หลายปีที่ผมมีโอกาสเป็นผู้ให้การอบรมที่บ้านเณรของคณะ สิ่งหนึ่งที่ผมแปลกใจเสมอมาคือ น้องๆ ของผมเล่นดนตรีเก่งมาก แข่งขันที่โรงเรียนได้เลยล่ะครับ แต่พวกเขากลับไม่สามารถเล่นดนตรีในพิธีกรรม ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไม... ด้วยผมเอง เล่นดนตรีในพิธีกรรมเสมอ แต่ไม่ถนัดนักในการเล่นดนตรีทางโลก แม้จะเล่นบ้างก็ตาม... นี่คงเป็นความแตกต่างบางอย่าง ที่ผมไม่อาจสรุปความจริงของเรื่องแบบนี้

 

แต่มาวันนี้ เมื่ออ่านพระวาจาของพระเจ้าตอนนี้ และทุกครั้งที่อ่าน ผมก็พบว่า พระเจ้าประทานพระพร และความสามารถให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน และในพระวรสารวันนี้ พระเจ้าทรงเรียกบรรดาชาวประมงเพื่อให้มาเป็นศิษย์ของพระองค์ โดยใช้พระวาจาดังนี้เอง... คือเป็นชาวประมงหาบมนุษย์

 

“ชาวประมงหามนุษย์” (มก 3:14-20) คือกระแสเรียกของบรรดาศิษย์ที่เป็นชาวประมง พระเยซูเจ้าไม่ได้ขอให้พวกเขาเปลี่ยนอาชีพครับ แต่ขอให้มาเป็นชาวประมงของพระองค์ครับ...

 

พี่น้องที่รักครับ พระพรและความสามารถต่างๆ ที่พระเจ้าทรงประทานให้กับเราแต่ละคน แม้ว่าจะแตกต่างกัน แต่พระพรนั้นอยู่ในเราแต่ละคน... และสิ่งที่น่าไตร่ตรองคือ เราได้ใช้พระพรนั้นๆ เพื่องานของพระเจ้ามากน้อยเพียงใด

 

พี่น้องที่รักครับ เราทุกคนมีกระแสเรียกหนึ่งที่เหมือนกันครับ คือเราเป็นลูกของพระเจ้า และเรามีหน้าที่ทำงานของพระองค์ครับ แต่เราจะทำอย่างไร... ตรงนี้ จุดนี้ ผมแบ่งปันง่ายๆ เลยครับ ก็คงต้องมองงานที่เราทำในแต่ละวันนั่นแหละครับ มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่เรามุ่งมั่น มานะอุตสาหะ แต่วันนี้ กระแสเรียกที่เราได้รับการเชื้อเชิญจากพระเยซูเจ้าคือ ให้เรามางานของพระองค์ ให้เราเป็นผู้ทำงานเพื่อพระองค์บ้าง

 

พระเจ้าไม่ได้เรียกบรรดาศิษย์เปลี่ยนอาชีพ แต่เรียกให้เป็นคนของพระองค์ เป็นศิษย์ของพระองค์ ที่ทำงานเพื่อพระองค์ พูดง่ายๆ ตรงนี้คือ เป็นคนงานของพระเจ้า เป็นคนพระราชาทานจากพระราชาแห่งสวรรค์เพื่อประชากรของพระองค์ เพื่อทุกคนบนโลกใบนี้นั่นเอง

 

พี่น้องครับ พระเจ้าไม่ได้เรียกให้เรามาเป็นพระสงฆ์ นักบวชกันหมด แต่พระองค์ทรงประทับอยู่เคียงข้างเราในการทำงานของเราแต่ละวัน ขอให้เราเป็นคนงานของพระองค์เท่านั้นเอง เราจะตอบอย่างไร

 

หากเราจะเป็นครู เราก็เป็นครูพระราชทานจากพระราชาสวรรค์ หากเราจะเป็นพ่อเป็นแม่ เราคือพ่อแม่ในภาพลักษณ์ที่แสนดีของพระบิดาเจ้า คือว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอะไร วันนี้ พระเจ้าทรงเรียกให้เรามาเป็นคนของพระองค์ครับ  หรือแม้ผู้ป่วยของผมด้วย พระเจ้าทรงเรียกให้เขาเข้ามาเป็นผู้ป่วยของพระองค์ ผู้ป่วยในพระบรมราชูบถัมภ์ เรียกว่า ทรงเรียกให้มาเป็นคนของพระองค์เท่านั้นเองครับพี่น้อง และเราล่ะ... เรากล้าก้าวออกมาอีกก้าวเพื่อติดตามพระองค์ไหม 

 

เพียงเป็นคนของพระเจ้า เราก็เลิศหรู มากพอแล้ว เราก็ดีมากพอแล้วมิใช่หรือ เราจะเป็นคนที่ดีที่สุดของสังคมในทุกหน้าที่การงานที่เรากระทำ นี่แหละ คริสตชนที่ตอบรับการเรียกของพระเจ้า พระองค์ทรงเรียกให้เขาเป็นของพระองค์เท่านั้นเอง นอกนั้น จะทำอะไรก็ว่ากันไป ขอเพียงเป็นของพระองค์ แล้วทุกสิ่งจะดีที่สุดแน่นอน

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอเพียงลูกเจริญชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ขอพระองค์ทรงประทานจิตวิญญาณของพระคริสตเจ้าในชีวิตของลูกด้วย เพื่อว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร หรือทำอะไร ลูกจะได้ทำด้วยสำนึกของการเป็นคนของพระองค์จริงๆ.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม 20 สัปดาห์ที่ 1 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน 1ซมอ 1:1-8 / มก 1:14-20

ในบทอ่านที่หนึ่งจาก (1ซมอ 1:1-8) ได้เริ่มต้นด้วยครอบครัวเล็กๆของเอลคานาห์ เขาเป็นลูกหลานของศูป ที่เป็นชาวเลวี ซึ่งได้อาศัยอยู่ในเมืองของพวกเลวี ในเขตแดนของเอฟราอิม เขามีภรรยาสองคน คือ นางฮันนาห์ และนางเปนินนาห์ นางฮันนาไม่มีบุตร ส่วนนางเปนินนาห์มีบุตรชายและบุตรหญิงหลายคน การแต่งงานมีภรรยาหลายคน มักทำให้เกิดปัญหา และความขัดแย้งในครอบครัว ภรรยาคนหนึ่งจะแสดงความโหดร้ายต่อภรรยาอีกคนหนึ่ง มีความตรึงเครียด เป็นการชิงดีชิงเด่นระหว่างนางฮันนาห์และนางเปนินนาห์ ความขัดแย้งระหว่างภรรยาทั้งสองคน ทำให้นางฮันนาห์มีความเศร้ามาก เพราะว่า นางไม่สามารถให้กำเนิดบุตรแก่สามีได้ นางฮันนาห์ได้รับความทรมานจากคูอริ ที่พยายามทำให้นางเป็นคนที่น่าสงสาร เพราะว่า พระเป็นเจ้าได้ปิดครรภ์ของนางแล้ว 

การออกดอกออกผล คือ การอวยพรพิเศษของพระเป็นเจ้าต่อประชากรของพระองค์ การให้กำเนิดบุตรเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหญิงชาวอิสราเอลและเผ่าของนาง เพื่อให้การสืบเชื้อสายในครอบครัวดำเนินต่อไป การเป็นหมันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับบรรดาผู้หญิงชาวอิสราเอล เพราะเป็นเหมือนคำสาปแช่ง เป็นความน่าละอายและความโชคร้ายสำหรับผู้หญิงคนนั้น และครอบครัวของนาง เอลคานาห์รู้ปัญหาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดี เขาได้แสดงความใจดีและความรักออกมา เพื่อพยายามจะบรรเทาใจ และได้ช่วยนางฮันนาห์ โดยพยายามมอบเครื่องบูชาให้นางสองส่วน เหมือนกับให้แก่บุตรหัวปีของนาง

การให้เครื่องบูชาสองเท่า มีไว้สำหรับบุตรชายหัวปี ซึ่งปรกติจะได้รับมรดกสองเท่า และเป็นคนที่จะได้รับบทบาทของบิดา ในฐานะเป็นหัวหน้าของครอบครัว และยังมีสิทธิและอำนาจในทุกเรื่อง แต่นางฮันนาห์ไม่ได้ยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางยังรูสึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง นางได้ร้องไห้ และไม่ได้รับประทานอาหาร เอลคานาห์ได้ถามนางด้วยคำถามต่อไปนี้: 1. ทำไมเธอจึงร้องไห้? 2.ทำไมเธอจึงไม่รับประทานอาหาร? 3.ทำไมหัวใจของเธอจะเศร้าโศก? 4. เธอไม่รู้หรือว่า ฉันดีกว่าบุตรชายสิบคนของเธอ ?

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)