วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2020 เทศกาลพระคริสตสมภพ

 

 

ข้าแต่พระเยซูคริสตเจ้า

โปรดช่วยข้าพเจ้าให้อ่อนน้อม

ยอมรับน้ำพระทัยของพระเจ้า

โปรดสอนข้าพเจ้าให้รู้จัก

วางอดีต ..ในพระเมตตาของพระองค์

มอบปัจจุบัน ..ในความรักของพระองค์

และถวายอนาคต ..ในพระอารักขญาณของพระองค์ 

(~ น.ออกัสติน)

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2020

เทศกาลพระคริสตสมภพ

https://youtu.be/dxPQxKx51PM

 

https://youtu.be/myEzXENTPhI

 

Go Light Your World

http://youtu.be/WsM5lt9tCFo

 

 

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 2020

เทศกาลพระคริสตสมภพ

อ่าน :

1ยน 3:22-4:6  

มธ 4:12-17,23-25

 

เพื่อให้พันธกิจการประกาศข่าวดี ประสบความสำเร็จ 

พระเยซูเจ้าทรง “สานต่อ” สิ่งที่ยอห์น ได้ก่อไว้ 

นำไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวของข่าวดี

และพระเยซูทรงทำให้ข่าวดีนี้ เข้าถึงประชาชน 

ด้วยการเข้าไปหา  เยียวยารักษา คนเจ็บป่วย 

และทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

 

ในพันธกิจ ของการประกาศข่าวดี เพื่อจะรู้ว่า

สิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า 

จดหมายนักบุญยอห์น แนะนำให้พิจารณา 

สิ่งที่ไม่ขัดกับคำสอนของพระเยซูเจ้า

สิ่งนั้น มาจากพระเจ้า  

อย่างไรก็ตามผู้ที่รักพระเจ้า 

ย่อมสนใจฟังเสียงของพระองค์

 

หมายเหตุ..

ความสำเร็จของ พันธกิจ

อยู่ในชีวิต ที่ติดตามเป้าหมาย

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม 20 เทศกาลพระคริสตสมภพ

บทอ่าน 1ยน 3:22-4:6 / มธ 4:12-17,23-25

ในบทเทศน์ในวันสมโภชพระคริสตเจ้าสำแดงองค์ พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสว่า “พระเป็นเจ้าได้เผยแสดงองค์ให้แก่นานาชาติ ด้วยการใช้ดวงดาวที่ส่องแสงเป็นตัวนำทาง ผ่านทางความรักที่ต่ำต้อย พระองค์ได้ตรัสว่า “เอปีฟานี” หมายถึงการแสดงองค์ของพระเป็นเจ้า และเครื่องหมายของเหตุการณ์นี้ คือ แสงสว่าง ที่ส่องแสงไปยังทุกสิ่ง พระองค์ยังได้ตรัสต่อไปอีกว่า วิธีการที่พระเป็นเจ้าทรงสำแดงองค์นั้น เป็นสิ่งที่นำความประหลาดใจมาให้ เมื่อพระวรสารได้แสดงให้เห็น อำนาจและสถานที่ของโลกนี้ ที่ตรงข้ามกับสถานที่ต่ำต้อย ที่พระเยซูเจ้าได้ประสูติมา “ไม่มีอำนาจใดของกาลเวลา ที่แสดงให้เห็นว่า พระเป็นเจ้าผู้เป็นผู้นำประวัติศาสตร์ ได้ประสูติมาในสมัยของพวกเขา”

บทอ่านที่หนึ่ง เป็นพระวรสารของนักบุญมัทธิว ที่ได้กล่าวว่า พระเยซูเจ้าได้เสด็จกลับไปยังแคว้นกาลิลี ภายหลังจากที่พระองค์ได้รู้ว่า ยอห์น บัปติสต์ได้ถูกเฮโรดจับขังไว้ในที่คุมขัง ต่อมาพระองค์ได้เสด็จไปยังฝั่งแม่น้ำจอร์แดน และได้เสด็จไปยังที่เปลี่ยว ที่ปิศาจได้ทดลองพระองค์ เรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมา พระเยซูเจ้าได้เสด็จไปยังเมืองนาซาเรธ ที่ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา และได้เสด็จต่อไปยังเมืองคาเปอร์นาอุม ที่เป็นเมืองที่เป็นศูณย์กลางของอาชีพประมงของแคว้นกาลิลี ผู้แต่งพระวรสารต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่า พระเยซูเจ้า คือ ผู้ที่ทำให้การทำนายของประกาศกอิสยาห์สำเร็จไป ในฐานะที่พระองค์เป็นแสงสว่างของนานาชาติ ที่ไม่ใช่ประชากรของพระเป็นเจ้า ที่เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้น ในวันสมโภชพระคริสตเจ้าสำแดงองค์ ต่อโหราจารย์ทั้งสาม อย่างที่พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสว่า “พระศาสนจักรไม่ใช่ดวงอาทิตย์ของมนุษยชาติ” แต่เป็นดวงจันทร์ ที่สะท้อนแสงของแสงที่แท้จริง คือ พระเยซูคริสตเจ้า ผู้เป็นแสงสว่างของโลกนี้ พระองค์ยังได้เสริมอีกว่า พระเยซูเจ้า คือ แสงสว่างที่ส่องแสงยังบรรดา ผู้ที่ยินดีรับ เราจึงต้องลุกขึ้น และเดินไป ไม่เหมือนกับเฮโรด ที่รู้ว่าพระองค์ประสูติ แต่ไม่เคยไปแสวงหาพระองค์.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)