วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2019 ระลึกถึงนักบุญยอห์น แห่งเกตี้ พระสงฆ์

 

อิมมานูเอล....

พระเจ้าทรงอยู่กับเรา...

ข้าพเจ้าไม่กลัวสิ่งใด...

เพราะข้าพเจ้ามั่นใจ...

พระเจ้าทรงอยู่กับข้าพเจ้า

 

บทอ่านประจำวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2019

ระลึกถึงนักบุญยอห์น แห่งเกตี้ พระสงฆ์

https://youtu.be/lmB4SCT1Vhw

 

https://youtu.be/vjX-75mCJQU

 

We Thank Thee 

https://youtu.be/joZJQjhLAHw

 

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2019

ระลึกถึงนักบุญยอห์น แห่งเกตี้ พระสงฆ์

อ่าน :

มลค 3:1-4,23-24

ลก 1:57-66

 

เมื่อเอลีซาเบธ กล้าที่จะปฎิเสธ

ความถูกใจของญาติพี่น้อง พร้อมกับ

เศคาริยาห์ ที่กล้าสนองตอบ ด้วยการ

ยืนยัน ที่จะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า

เมื่อนั้นครอบครัวของพวกเขา กลับพบ

ความสุข ความชื่นชมยินดีอีกครั้ง

 

ประกาศกมาลาคี ชี้ให้เห็น บุคคล

ที่เป็นของพระเจ้านั้น เขาจะทำกิจการต่าง ๆ

ด้วยความชอบธรรม ถูกต้อง ตามพระประสงค์ของพระเจ้า

 

สิ่งที่ทำให้ท่านนักบุญยอห์น แห่งเกตี้ 

ในฐานะอาจารย์ของสามเณรในมหาวิทาลัย

เป็นที่ถูกใจ นั่นเพราะนอกจากที่เป็นอาจารย์แล้ว

ท่านยังเป็นพ่อเจ้าวัด ที่มีจิตตารมณ์ธรรมฑูต

ที่เอาใจใส่ คนยากจนทุกคน ด้วยความรักเมตตา

เสมอต้น เสมอปลาย

 

หมายเหตุ..

สัจธรรม ความถูกใจ

อย่าคาดหวัง จะมีใครทำอะไร 

ถูกใจเรา ไปซะทุกอย่าง เพราะเรา

ก็ไม่ทำให้ใครถูกใจ ทุกอย่างเหมือนกัน

ฉันใด  ก็ฉันนั้น

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2019

สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“เด็กคนนี้จะเป็นอะไร เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่กับเขา” (ลก 1:57-66)

 

ผู้ที่พระเจ้าทรงเข้ามามีบทบาท

คือผู้ที่พระองค์ทรงปกพระหัตถ์เหนือเขา

และค้ำจุนเขาอยู่ตลอดเวลา

มิใช่เพียงเพื่อปกป้องเขาเท่านั้น

แต่เพื่อทำให้เขาเป็นแสงสว่างของประชากรของพระองค์ด้วย

 

ฉันมองชีวิตของตนเองอย่างไร

เมื่อฉันเปิดใจต้อนรับพระเจ้า

และยอมให้พระองค์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของฉัน

ฉันให้เวลากับพระเจ้าด้วยความวางใจ

หรือบางครั้ง ฉันด่วนตัดสินพระองค์เกินไป

และฉันก็หมดหวังในพระองค์ไป...

 

________________

 

“ชีวิตที่พระเจ้าเข้ามามีบทบาท” คือสิ่งที่ผมไตร่ตรองและแบ่งปันกับพี่น้องในวันเหล่านี้ จนถึงวันพระคริสตสมภพ ผมยังคงไตร่ตรองเรื่องเหล่านี้ เพื่อทบทวนและฟื้นฟูชีวิตของตนเอง ด้วยหลายๆ ครั้งผมเองนี่ด้วย ที่อาจจะด่วนตัดสินพระเจ้าเกินไป แต่การให้เวลาดำเนินไป กับความรักของพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระเจ้าผู้สถิตกับเรานั้น ก็ดำเนินไปพร้อมกับช่วงเวลาของพระองค์ด้วย 

 

พระเจ้าทรงสัญญา พระองค์ทรงระลึกถึงพระสัญญา และที่สุด พระองค์ทรงพระเมตตา คือนามของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ที่เราพบเรื่องราวการบังเกิดของท่านในพระวรสารวันนี้... สิ่งเหล่านี้แสดงให้เราเห็นความรักและพระเมตตาของพระเจ้า ว่าพระองค์ทรงสัญญา (เศคาริยาห์) และพระองค์ทรงระลึกถึงพระสัญญา (เอลีซาเบธ) และสุดท้าย พระองค์ก็ทรงแสดงพระเมตตาตามที่ทรงสัญญาไว้... เวลาของพระเจ้าดำเนินไปพร้อมกับความรักของพระองค์เสมอในชีวิตของเรา ด้วยพระองค์ทรงลืมสิ่งที่พระองค์ทรงสัญญาไว้เลย

 

นี่คือบทสรุปของการรอคอยด้วยความวางใจ เมื่อพระเจ้าทรงเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา พระองค์จะไม่ทำให้ผู้ที่รอคอยพระองค์ต้องพบกับความผิดหวังเลย เราพบชีวิตของพระนางมารีย์ และนักบุญยอแซฟ ในพระวรสารเมื่อวานนี้ ซึ่งเมื่อพระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขาทั้งสอง การหมั้น ที่กำลังเป็นภาพที่สวยงามที่นำไปสู่การแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันของผู้ชอบธรรมทั้งสองนั้น กลับยอมจำนนต่อแผนการของพระเจ้า โดยยอมให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของท่านทั้งสอง... สิ่งที่เราทราบจากพระวรสารวานนี้คืออะไร... นั่นคือสิ่งที่สายตามนุษย์อาจมองว่า เมื่อพระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของฉัน ชีวิตของฉันกลับวุ่นวายเหลือเกิน... แต่สุดท้าย ความกังวลใจของพระนางมารีย์ เรื่องการปฏิสนธิของพระบุตรในพระครรภ์ของพระนางนั้น กลับได้รับความบรรเทาใจเมื่อมัทธิวบันทึกว่า “เมื่อตื่นขึ้น โยเซฟก็รับภรรยามาอยู่ด้วย” คือโยเซฟ ก็รับมารีย์มาเป็นภรรยานั้นเอง และดังนี้เอง ทุกความกังวลใจของพระนางมารีย์ก็จบลง เมื่อพระเจ้าทรงเตรียมชายหนุ่มผู้ชอบธรรมนี้ไว้เพื่อพระนาง

 

พี่น้องที่รักครับ ชีวิตที่พระเจ้าเข้ามามีบทบาทนั้น อาจจะไม่ใช่ชีวิตที่สวยงามที่สุดตามที่โลกหวัง แต่เป็นชีวิตที่มีพระเจ้าประทับอยู่เคียงข้าง เป็นชีวิตที่มีพระเจ้าเป็นผู้เริ่มและจบความเชื่อของเขา และเมื่อพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่กับเขาแล้วนั้น นั่นแหละ เขาคือผู้ที่โลกกล่าวว่า “เด็กคนนี้จะเป็นอะไรหนอ เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่กับเขา” 

 

ไม่ครับ ไม่ต่างอะไรเลยกับชีวิตคริสตชนของเรา เมื่อเรากล้าที่จะเปิดโอกาสให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราแล้ว เราต้องเรียนรู้ที่จะวางใจในพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงสัญญาและสัตย์ซื่อต่อพระสัญญาของพระองค์เสมอ สุดท้าย พระเมตตาของพระเจ้า คือสิ่งที่พระองค์ทรงแสดงต่อเรา บนหนทางที่ไม่ง่ายนัก เมื่อพระเจ้าทรงนำเรา ก็จะเป็นพระหัตถ์ของพระองค์นั้นเองที่นำเราไปสู่ทางแห่งสันติสุขนิรันดร์ มากกว่านั้น เพื่อทำให้เราเป็นแสงสว่างแห่งความหวังและสันติสำหรับทุกๆ คน

 

พี่น้องที่รักครับ มีบ้างไหม ที่บางทีเราก็ท้อแท้ หรือมีคำถามมากมายในชีวิตคริสตชนของเรา หรืออาจจะเสียดาย ตัดพ้อต่อว่าพระเจ้าบ้าง... “ฉันอยู่ของฉันดีๆ เป็นเหมือนคนอื่นนั้นก็ดีแล้ว ฉันมาเป็นคริสตชนทำไม ไม่เห็นจะมีอะไรดีกว่าคนอื่นเลย อีกหลายครั้ง ฉันกำลังแย่กว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป โอ้ คือว่า ฉันไม่น่ามาเป็นคริสตังเลย...” พี่น้องที่รักครับ หากความรู้สึกอะไรทำนองนี้มันเกิดขึ้นกับเรา เราก็ไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะนี่คือประสบการณ์ของมนุษย์เราครับ คนของพระเจ้าที่มีชีวิตมาก่อนเรา ก็ต้องประสบกับความรู้สึกเหล่านี้ทั้งนั้น แต่แบบอย่างของพระนางมารีย์ นักบุญโยเซฟ และพระเยซูเจ้าที่บังเกิดเป็นมนุษย์ผู้ยากจนยากไร้ สอนให้เราวางใจในพระเจ้า เมื่อพระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราแล้ว พระหัตถ์ของพระเจ้าย่อมอยู่กับเรา และด้วยพระหัตถ์ของพระองค์นี่แหละ ที่จะทำให้เราเป็นแสงสว่างของทุกๆ คน

 

ข้าแต่พระเจ้า ความวางใจในพระองค์นั้น ต้องพึ่งพระหรรษทานของพระองค์ช่วย ขอพระองค์ทรงประทานพระหรรษทาน ช่วยลูกให้วางใจในพระองค์เสมอเถิด เพื่อลูกจะมั่นใจและพร้อมที่จะมอบตนเองไว้ภายใต้พระหัตถ์ที่ทรงนำของพระองค์ และดังนี้ เมื่อพระองค์ทรงประทับอยู่ ลูกก็ไม่กลัวสิ่งใด และไม่มีอะไรให้ต้องกังวล พระเจ้าข้า... ขอให้ลูกวางใจในพระองค์เสมอเถิด

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันจันทรที่ 23 ธันวาคม 19 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า

บทอ่าน มลค 3:1-4,23-24 / ลก1:57-66

บ่อยๆเรามักจะได้ยินคำถามว่า “คุณชื่ออะไร? นามสกุลอะไร?  เราอาจจะพบชื่อของเราในไลน์ เฟสบุ๊ค หรือในโซเชี่ยนมีเดียต่างๆ หรือบางครั้ง เราเห็นชื่อของบุคคลต่างๆสลักไว้ที่หลุมฝังศพ ชื่อจึงเป็นเรื่องเอกลักษณ์ของบุคคลนั้นๆ และพระเป็นเจ้าจะทรงเรียกขื่อบุคคลต่างๆ เช่น “อาบราฮัม อาบราฮัม” (ปฐก 22:11), “ยาโคบ ยาโคบเอ๋ย” (ปฐก 46:1-14),”เซาโล เซาโล เจ้าเบียดเบียนเราทำไม?”(กจ 9:4) 

พระวรสาร ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของชื่อของเด็กคนหนึ่ง ที่เป็นผู้นำทางของพระเยซูคริสตเจ้า บัดนี้ เราพบกับชื่อที่งดงาม พร้อมกับมีความหมายมากมาย แม่ที่มีความสุขคือนางเอลีซาเบธ ที่มีความหมายว่า “พระเป็นเจ้าทรงสัญญา” ส่วนบิดาของเขาชื่อเศคารียาห์ ที่เป็นใบ้เพราะสงสัยในข่าวสารของพระเป็นเจ้า เศคารียาห์มีความหมายว่า “พระเป็นเจ้าทรงจดจำ” เมื่อเรานำชื่อของทั้งสองมารวมกันจะมีความหมายว่า “พระเป็นเจ้าทรงจดจำในสิ่งที่พระองค์ได้เคยสัญญาไว้” และแปดวันหลังจากที่เขาได้เกิดมา บรรดาญาติและเพื่อนบ้านได้มาร่วมในพิธีเข้าสุหนัต ที่คล้ายกับการรับศีลล้างบาป ทุกคนเสนอว่า เขาควรจะมีชื่อเหมือนบิดา แต่นางเอลีซาเบธได้พูดแทนสามี โดยเสนอชื่อที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เศคารียาห์ได้ขอกระดานชนวน  และได้เขียนข้อความว่า “ชื่อของเขาคือยอห์น” ที่มีความหมายว่า “พระเป็นเจ้าได้แสดงความโปรดปราน” ทันใดนั้น เศคารียาห์ก็สามารถพูดได้ จึงมีทั้งความชื่นชมยินดี ความมหัศจรรย์ใจ และความกลัวอันศักดิ์สิทธิ์ คำสวดภาวนาครั้งแรกของเศคารียาห์ คือ บทภาวนาสรรเสริญพรเป็นเจ้า การบังเกิดของยอห์น เป็นการประกาศเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ ของการเข้ามีส่วนร่วมในแผนการไถ่กู้

ทุกวัน เราคุ้นเคยกับการเอ่ยพระนามของพระเป็นเจ้า ในการทำสำคัญมหากางเขน เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต เป็นต้น ในเวลาตื่นนอน  หรือในเวลาก่อนนอน และในระหว่างวัน เราจะสวดว่า “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” ให้เราถามตัวเองว่า เราได้เจริญชีวิต สมกับชื่อของเรา ในฐานะเป็นคริสตชนหรือไม่?

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)