วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2019 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

 

 

หากปราศจากหัวใจที่แสวงหาพระเจ้า 
เราก็ไม่อาจได้ยินพระวาจาของพระองค์

 

บทอ่านประจำวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2019

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

https://youtu.be/9CfCWOFF8BU

 

https://youtu.be/caVqXs9SUp8

 

ทุกครั้งที่ฉันเฝ้าภาวนา

https://youtu.be/bYeWeyX1Mo0

 

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2019

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

อ่าน :

ปชญ 18:6-9 

ฮบ 11:1-2,8-19

ลก 12:32-48

 

พระเยซูเจ้าสอนศิษย์ ให้รู้จักสังเกต....

เมื่อ “ความคิด” ชีวิต มุ่งหวังสิ่งใด

ใจก็ย่อมผูกพันกับสิ่งนั้น...

สำหรับผู้มีความเชื่อแล้ว พระเยซูแนะนำ

จงแสวงหาทรัพย์สมบัติ ที่ไม่มีวันสูญสิ้น

นั่น คือ ความสุขของการเป็น “ผู้ให้”..

 

ปรีชาญาณ เผยให้เห็น ความเชื่อ ด้วยความมั่นใจ

ใครก็ตามที่ยึดมั่นในพระสัญญาของพระเจ้า

ดำเนินชีวิตในหนทางสู่ความศักดิ์สิทธิ์ 

เขาจะกลับพบสันติสุข

 

นักบุญเปาโล ตอกย้ำ...

ความเชื่อ คือ ความมั่นใจในสิ่งที่เราหวัง

และเพราะความเชื่อนี่เอง ที่ทำให้ คนในสมัยก่อน ได้รับการยกย่อง...

อับราฮัม ได้รับการอวยพรจากพระเจ้า

นางซาราห์ ได้ให้กำเนิดบุตร แม้จะเลยวัยให้กำเนิดแล้ว

 

หมายเหตุ...

เมื่อความเชื่อ ทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้

ความหวัง จึงเป็นแรงผลักดันให้ลงมือทำ

และความรัก มักทำให้ทุกสิ่งดูง่ายขึ้น

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2019

สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ผู้จัดการที่ซื่อสัตย์และรอบคอบ...” (ลก 12:32-48)

 

นี่คือชีวิตของผู้ที่พระเจ้าทรงเรียก

และทรงแต่งตั้งไว้

ให้ดูแลผู้รับใช้คนอื่นๆ

เพื่อแบ่งปันอาหารให้ตามเวลาที่กำหนด

 

นี่แหละคริสตชน ลูกของพระเจ้า

คือผู้ที่เจริญชีวิตในความเชื่อ

และกล้าที่จะก้าวออกไปในความวางใจ

เพราะพระเจ้าตรัสว่า...

ฝูงแกะน้อยๆ เอ๋ย

อย่ากลัวเลย...

เพราะพระบิดาของท่าน

พอพระทัยจะประทานพระอาณาจักรให้แก่ท่าน...

 

วันนี้ ชีวิตคริสตชนของฉันก้าวเดินต่อไปด้วยความวางใจหรือเปล่า

หรือฉันกำลังกังวลอะไรเล่า เมื่อเดินไปพร้อมกับพระองค์???

 

________________

 

เมื่อวานนี้ เราได้ฉลองนักบุญลอเรนซ์ ผู้ที่ได้ประกาศด้วยชีวิตของท่านว่า สมบุติของพระศาสนจักร คือบรรดาคนยากจน และสมบัติของคริสตชน ก็คือความยากจน ที่เราไม่มีอะไรที่มีค่ามากกว่าความเชื่อในพระคริสตเจ้า...

 

วันนี้ วันที่ 11 สิงหาคม หากว่าไม่ตกในวันอาทิตย์ พระศาสนจักรระลึกถึงนักบุญที่ย่องใหญ่แห่งความยากจนอีกองค์หนึ่ง ครอบครัวฟรันซิสกันของผมฉลองใหญ่เลย บรรดาซิสเตอร์ที่อารามชีลับในครอบครัวฟรันซิสกันก็ทำฉลองในวันนี้ แม้ว่าตกในวันอาทิตย์ เพราะสำหรับบรรดาซิสเตอร์ วันนี้สามารถเป็นวันฉลองขั้นสมโภชได้ด้วย นั่นก็คือ “นักบุญคลารา” สตรีผู้ยากจน สตรีที่เลือกแต่งงานและอยู่กินกับความยากจน 

 

คณะภคินีแห่งความยากจนนี้ได้ก่อเกิดขึ้นมาในความเชื่อ และประสบการณ์ส่วนตัวของท่านนักบุญฟรันซิส และนักบุญคลาราแห่งอัสซีซี ที่เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของท่านที่มีกับพระเจ้าในความเชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่แสนดี และเราไม่ต้องกังวลสิ่งใดเลย

 

นักบุญคลารา เจริญชีวิตในความยากจนตามแบบอย่างของนักบุญฟรันซิส แห่งอัสซีซี  แม้เมื่อตั้งคณะ พระสันตะปาปา จะได้แสดงถึงความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของคณะของท่าน ด้วยการอนุญาตให้มีทรัพย์สมบัติบ้างตามสมควร แต่ทว่า นักบุญคลารายืนยันว่า ท่านจะเจริญชีวิตโดยปราศจากสิ่งใดเป็นกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นคำปฏิญาณของนักบวชฟรันซิสกัน ไม่ใช่เพียงยากจนเท่านั้น แต่ “ไม่มีสิ่งใดเป็นกรรมสิทธิ์” และนี่แหละ วีรสตรีผู้สัตย์ซื่อต่อเจ้าชายแห่งความยากจน บัดนี้เธอร่ำรวยที่สุด ในบ้านของพระเจ้า เจ้าชายที่เธอรักที่สุด

 

ผมอยู่กับผู้ป่วยฯ เดือนนี้เข้ามาสู่เดือนที่สามแล้ว เมื่อเดือนก่อน เราซ่อมแซมบ้านมากมายเหลือเกิน และเราก็ได้รับความช่วยเหลือจากสัตบุรุษมากมายไม่แพ้กัน... เดือนนี้เราหยุดซ่อมแซมบ้านก่อน เพราะงบประมาณของเราเริ่มขาดแคลน เมื่อผมต้องหันมาห่วงใยความเป็นอยู่ของผู้ป่วยก่อน อย่างน้อยให้พวกเขามีกิน มีอยู่ตามสมควร... แต่ใครจะคิดอย่างไรได้เล่า เมื่อนี่คือสิ่งที่พวกเราได้รับจริงๆ ในชีวิตประจำวัน ผมไม่ทราบว่าผู้ป่วยเชื่อผมหรือเปล่านะในสิ่งที่ผมพูดกับพวกเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ผมก็มั่นใจบ้างว่า พวกเขาก็วางใจว่าผมดูแลพวกเขาได้ และนั่น คือความวางใจที่ผมบอกพวกเขาว่า ให้วางใจในพระเจ้า... “ขอให้พวกเราอยู่กันดีๆ รักกัน และแบ่งปันกัน ช่วยเหลือกัน แล้วพระเจ้าจะทรงเลี้ยงดูเราเอง... แต่ นะ นะ นะ ถ้าเราทะเลาะกัน เราไม่รักกัน เราจะขอให้พระเจ้าทรงรักเราได้อย่างไร... แต่ก็เอาเถอะ พระองค์ทรงรักเรา... เราวางใจในพระองค์อย่างไร...

 

ผมไม่รู้จะแบ่งปันอะไรกับพี่น้อง เมื่อพระวาจาของพระเจ้าทั้งสามบทวันนี้ เชื้อเชิญให้เราวางใจในพระเจ้า ไม่ใช่วางใจในความร่ำรวยที่เราแสวงหา แล้วก็สูญสิ้นไป แต่วางใจในพระเจ้าที่เป็นปรีชาญาณ และความสามารถทุกอย่างของเรา และชีวิตคริสตชนของเรา ที่แม้จะไม่ร่ำรวยอะไร แต่เราก็จะไม่ขาดแคลนสิ่งจำเป็นใดๆ ด้วย

 

วานนี้เอง ผมตัดสินใจ ออกไปจ่ายตลาด เมื่อแม่ครัวบอกผมว่ากับข้าวเริ่มหมดแล้ว ผมถือเงินไปจำกัด และจะไม่จ่ายเกินไปจากนี้ เพื่อจะต้องบริหารเงินที่มี เพื่อดูแลลูกของผมต่อไปได้... แต่พี่น้องครับ เมื่อวานนี้ เงินที่ถือไปอย่างจำกัด ที่ผมคิดว่าพอไม่พอก็จ่ายเท่านั้นแหละ ไม่ต้องมากไปกว่านั้น... แต่พี่น้องครับ ผมกลับจ่ายไม่มากนัก เพราะมีบางคนจ่ายแทนผม มีบางคนมอบสิ่งที่จำเป็นที่ผมกำลังมองหา สุดท้าย ผมก็กลับบ้านโดยมีอาหารให้ลูกๆ ของผมได้ทานอีกหลายวัน แล้วจากนั้น ค่อยคิดกันใหม่ คือคอยฟังเสียงของพระเจ้า และเชื่อฟังพระองค์เท่านั้น... แต่ แต่ แต่ สิ่งที่ผมกลับมาพบที่บ้าน กลับเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ผู้มีน้ำใจดีได้มอบอาหารและขนมให้พวกเรา คือเราคงทานไปได้อีกสักสองมื้อสบายๆ ที่ผมรู้สึกขอบคุณจริงๆ

 

แต่สิ่งที่เป็นบทสอนสำหรับผม และสิ่งที่ผมอยากแบ่งปันกับพี่น้องในวันนี้คืออะไร... สิ่งนี้ครับ เพราะผู้ที่มอบอาหารให้ผมและผู้ป่วยเมื่อวานนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นผู้ร่ำรวยที่ไหนครับ แต่พวกเขาคือชาวบ้านธรรมดาๆ หาเช้ากินค่ำ เป็นสมาชิกเด็กๆ ที่บ้านส่งเคราะห์เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้บริหารของบ้าน ที่มีชะตากรรมไม่ต่างอะไรกับผมหรอก พวกเรากังวลอยู่กับการเลี้ยงดูบรรดาสมาชิกของเรา เด็กผู้ยากจน แต่สิ่งที่เป็นบทสอนที่น่ารักที่สุดก็คือ เขายังสามารถแบ่งปัน

 

อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาทำเช่นนี้ได้ เราคงต้องยอมรับว่า นี่คือการเรียกแบบอับราฮัม นี่คือการก้าวออกจากแดนชีวิตของตนเอง เพื่อเดินตามเสียงเรียกของพระเจ้าด้วยความวางใจเท่านั้นเอง

 

คำนี้จึงให้ความหมายกับผมจริงๆ ที่ผมอยากแบ่งปันกับพี่น้อง... “ผู้จัดการที่ซื่อสัตย์และรอบคอบ...” นั่นคือผู้จัดการชีวิตครับ ที่รู้จักดูแลผู้อื่นที่พระเจ้าทรงมอบหมายไว้ให้ดูแล เพื่อแบ่งปันอาหารให้ตามเวลา โอ้ สิ่งนี้เตือนใจผมมากจริงๆ ครับ พี่น้องที่รักครับ สำหรับคนที่วางใจในพระเจ้า จะไม่มีใครที่จะไม่มีความสามารถที่จะแบ่งปันครับ เราจะมีพอ และจะมีพอที่จะแบ่งปันเสมอ พรุ่งนี้คือวันที่พระเจ้าจะทรงเมตตาประทานให้กับเรา และหากพระองค์ทรงเมตตาแล้ว เราก็ไม่ต้องกังวลครับ พระองค์จะทรงเลี้ยงดูเราเองครับ แต่หากพระองค์จะทรงรับเราไป พี่น้องที่รักครับ ไม่ใช่ความหิวที่เราจะอดตายครับ แต่มันคือช่วงเวลาที่เราจะกลับไปบ้านครับ กลับไปอยู่กับพระเจ้าครับ เราจะปิดตาลง แม้งานศพของคริสตชนอย่างเราๆ จะไม่ยิ่งใหญ่นัก แต่เราจะปิดตาของเราลงในความวางใจ ในความเชื่อในพระเจ้า และเราจะลืมตาขึ้นอีกครั้งในความมั่งคั่งของพระองค์ นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากพอแล้วสำหรับลูกของพระเจ้ามิใช่หรือ... แล้วเราจะแสวงหาอะไรที่เป็น “อนิจจัง” ในโลกนี้เล่า

 

ข้าแต่พระเจ้า ขอความเชื่อในพระองค์ เป็นความหวังและความวางใจ ที่จะไม่ทำให้ลูกท้อแท้และสิ้นหวังบนหนทางของพระองค์ ได้กลับกลายเป็นพลังและความมุ่งมั่นของลูกในความเป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์ ที่สมจะได้รับมรดกตามที่ทรงสัญญาไว้ด้วยเถิด (เทียบบทภาวนาของประธาน)

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 19 สัปดาห์ที่ 19 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน ปชญ 18:6-9 / ฮบ 11:1-2,8-12 / ลก 12:32-48

“ท่านทั้งหลายจงเตรียมพร้อมไว้ เพราะบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย” คริสตชนในสมัยแรก คอยการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซูเจ้า เมื่อตรัสเรื่องการเสด็จมาครั้งที่สอง ทรงเปรียบเทียบพระองค์เอง เหมือนเจ้าบ่าวที่กลับจากงานมงคลสมรส ทรงหวังให้คนใช้ คอยการเสด็จมาถึงของพระองค์ ทรงเปรียบเทียบเหมือนขโมย ที่มาในเวลากลางคืน (1ธส 5:2) ย่องมา ในเวลา ที่ไม่แน่นอน และพบคนใช้กำลังตื่นเฝ้า เปรียบเหมือนบรรดาสานุศิษย์ ต้องตื่นเฝ้าเช่นเดียวกัน และนายจะให้รางวัล  ตอบแทนความซื่อสัตย์ของพวกเขา...ฉันเป็นคนใช้ที่ซื่อสัตย์หรือไม่?...ข้าแต่พระเยซูเจ้า โปรดให้ลูกเป็นคนใช้ที่ซื่อสัตย์และน่าไว้วางใจ

ความยืดหยุ่นของคุณ ผลักดันให้คุณหาทางเอาชนะปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ให้ได้  ซึ่งบทเรียนมากมายบนเส้นทางสู่การพิชิตยอดเขานี่แหละ คือสิ่งที่จะทำให้คุณแข็งแกร่ง และเก่งขึ้นในที่สุดตัว....ฉันเพียงคนเดียวไม่อาจเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ แต่ฉันสามารถโยนก้อนหินลงไปในน้ำ เพื่อให้ผิวน้ำกระเพื่อมและขยายออกไปเรื่อยๆ ได้” ( นักบุญเทเรซา แห่งกัลกัตตา)... “การมีความรู้เพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ เราต้องรู้จักนำมันออกมาใช้ และการมีความตั้งใจอย่างเดียวนั้นยังน้อยไป เราต้องรู้จักลงมือทำ”  (เลโอนาร์โด ดา วินชี)... “ถ้าฉันตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ก็ไม่มีใครมาหยุดฉันได้หรอก” (อายน์ แรนด์)... “โอกาสเกิดขึ้นเองไม่ได้ คุณต่างหากที่ต้องสร้างมันขึ้นมา” (คริส การ์ดเนอร์)... “อะไรที่ดูเหมือนเป็นความยากเย็นเข็ญใจ แท้จริงแล้วย่อมแฝงไว้ด้วยสิ่งดีๆ อยู่ภายใน” (ออสการ์ ไวลด์)... “การได้รับแรงบันดาลใจไม่ได้ทำให้คุณเสียอะไรไปเลย แต่มันกลับช่วยบันดาลทุกสิ่งมาให้กับคุณ” (เมอร์เรย์ นิวแลนด์ส)... “ฉันเชื่อว่าความสำเร็จของฉัน มาจากการที่ฉันไม่เคยสร้างข้อแก้ตัวให้กับสิ่งใด” (ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล)... “เวลาของคุณมีจำกัด จงอย่าเสียเวลาไปกับการใช้ชีวิตในแบบของคนอื่น” (สตีฟ จอบส์)

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)