วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2019 ฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกร และมรณสักขี

 

 

 

 

ถ้าพระเยซู …

เป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการ

คุณก็ไม่ได้ขาดสิ่งใดเลย … แม้สักสิ่งเดียว

เพราะผู้ที่มีพระคริสต์ … ก็มีชีวิตที่ครบบริบูรณ์

 

บทอ่านประจำวันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2019

ฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกร และมรณสักขี

https://youtu.be/S1P9Gy91sSw

 

https://youtu.be/g791Wl-JkSQ

 

ในพระองค์ขอทรงนำทาง

http://youtu.be/kCPdtK-A2bU

 

 

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2019

ฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกร และมรณสักขี

อ่าน :

2 คร 9:6-10

ยน 12:24-26

 

พระเยซูเจ้าสอนบรรดาศิษย์ เป็นอุปมา 

เพื่อให้พวกเขาได้เห็นถึงคุณค่าของ “การให้” 

เป็นต้น ในการให้ด้วยการมอบอุทิศตนเอง 

เพื่อความดีของคนรอบข้าง

 

จดหมายนักบุญเปาโล ตอกย้ำ

พระเจ้าทรงรัก และประทานพระหรรษทาน 

แก่ผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี  ดังนั้น เมื่อจะให้ 

จงให้โดยไม่นึกเสียดาย มิใช่ให้โดยฝืนใจ 

 

เมื่อใจ ไม่ยึดติด นักบุญลอเรนซ์ 

สามารถให้ทรัพย์สมบัติทุกสิ่งที่ท่านดูแล

เพื่อคนยากจน แม้กระทั่งชีวิตของตน

 

หมายเหตุ..

การให้..ที่สมบูรณ์ คือ 

ให้ โดยไม่คิดหวังสิ่งใดตอบแทน

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 2019

สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

ฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกรและมรณสักขี

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงไปในดินและตายไป มันก็จะเป็นเพียงเมล็ดเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามันตาย มันก็จะบังเกิดผลมากมาย...” (ยน 12:24-26)

 

ชีวิตที่เลือกพระคริสตเจ้า

คือชีวิตที่เลียนแบบพระคริสตเจ้า

นั่นคือชีวิตที่ยอมสละเพื่อทุกคน

แม้เขาจะเป็นดังเมล็ดข้าวที่ตายไป

แต่ผลของเขา ทำให้คนมากมายมีชีวิต

และนี่แหละ คือกำไรจากหนึ่งชีวิตที่อุทิศตนเพื่อผู้อื่น

 

วันนี้ ชีวิตพระคริสตเจ้าที่ยอมตายเพื่อให้ฉันมีชีวิต

ฉันพร้อมที่จะเสียสละสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อใครบ้างไหม

หรือฉันแสวงหาทุกสิ่งเพื่อตัวฉันเองเท่านั้น.

 

________________

 

วันนี้พระศาสนจักรเชื้อเชิญเราให้ฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกร และมรณสักขี ท่านผู้ที่ได้เจริญชีวิตอย่างสัตย์ซื่อต่อพระศาสนจักรในความรักของพระคริสตเจ้าต่อคนยากจน จนทำให้ท่านสามารถเจริญชีวิตเป็นดังเมล็ดข้าวที่ตกลงไปในดิน ตายไปและเกิดผลมากมาย... นั่นคือชีวิตของท่านที่ยอมสละตนเอง สละน้ำใจของตน เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า และมีสมบัติที่รักและหวงแหนมากคือ บรรดาคนยากจน

 

สิ่งที่พระวาจาของพระเจ้าสอนเราในวันนี้ แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันฉลอง และบทอ่านไม่ได้ต่อเนื่องกันจากหนังสือพระคัมภีร์ แต่แรงบันดาลใจที่พระเจ้าทรงประทานให้ผมมั่นใจมากขึ้นในวันนี้คือ การเลือกชีวิตที่หมายถึงการเลือกพระองค์จากคำสอนของพระวรสารเมื่อวานนี้ และวันนี้พระวาจาของพระเจ้าตอกย้ำอย่างหนักแน่นถึงการเลือกนี้ เพราะการเลือกพระองค์คือการเลือกชีวิต ซึ่งจะไม่ใครพรากเราไปจากพระองค์ได้เลย

 

ในการเลือกที่หนักแน่นนี้ มันเป็นการต้องกล้าก้าวเดินออกจากหัวใจของตนเอง มันเป็นชีวิตที่มอบให้เพื่อคนอื่นๆ ด้วยอย่างแท้จริง มันคือชีวิตแห่งการอุทิศตนเพื่อทุกคน และนี่คือชีวิตเยี่ยงพระคริสตเจ้า ที่ได้ตรัสถึงเมล็ดข้าวที่ตกลงไปในดินตายไป และเกิดผลมากมาย นี่คือพระวาจาที่ตรัสด้วยแบบอย่างของพระองค์เอง และบังเกิดผลในชีวิตของลอเรนซ์ ผู้เป็นศิษย์ที่สัตย์ซื่อในการติดตามพระองค์ และดังนี้เอง ชีวิตของท่านก็เกิดผลมากมาย

 

พี่น้องที่รัก อะไรเป็นสิ่งที่เป็นอุปสรรคของการแบ่งปันหรือ... บางคนบอกผมว่า... เอาไว้ให้ฉันมีเงินมากกว่านี้ก่อน เอาไว้ให้ฉันมั่นคงกว่านี้ก่อน แล้วฉันจะทำบุญให้พระเยอะๆ... โถ้ พี่น้องครับ เมื่อไรล่ะครับที่เราจะพอ เมื่อเราจะรวยพอถึงใจเรา และเมื่อนั้น อะไรคือสิ่งที่เราจะทำบุญจริงๆ... และแท้จริงแล้ว พระเจ้าต้องการอะไรจากเราจริงๆ หรือ พระองค์ขาดสิ่งใดหรือ...

 

เมื่อวานนี้ ผมชักชวนผู้ป่วย ในโอกาสฉลองนักบุญลอเรนซ์ในวันนี้ เพื่อให้คิดถึงธรรมชาติของพระศาสนจักรที่เป็นพระศาสนจักรของคนยากจนอย่างแท้จริง เราไตร่ตรองกันด้วยชีวิตประจำวัน อะไรที่เราได้รับมา และเราสามารถแบ่งปันเพื่อพี่น้องของเราได้บ้าง เมื่อวานเราขนของของเราจำนวนหนึ่ง มอบให้กับซิสเตอร์คณะธิดาเมตตาธรรม เพื่อแบ่งปันให้กับคนยากจนในวันนี้ เมื่อมีกิจกรรมวันแม่ที่บ้านของซิสเตอร์ อันเป็นกิจกรรมที่จัดเพื่อบรรดาพี่น้องของเราที่ยากจน... จากแรงบันดาลใจของการฉลองนักบุญลอเรนซ์ในวันนี้ ทำให้เราเห็นว่า แม้พวกเราที่อยู่ที่บ้านผู้ป่วย เราจะยากจน และยังต้องพึ่งความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่เราก็ยังสามารถเป็นผู้ที่แบ่งปันได้ไม่น้อยเลย... ระหว่างการเดินทางไป ผมไตร่ตรองร่วมกับผู้ป่วยที่ร่วมทางไปกับผม... ถามว่า เราได้บุญมากไหมจากการแบ่งปัน... เออ... มันก็ขึ้นกับว่า เราแบ่งปันด้วยหัวใจเช่นใด หากเราแบ่งปันด้วยหัวใจที่หมดจด จริงใจ เราก็ได้บุญมาก แต่หากเราแบ่งปันในสิ่งที่เหลือใช้ เราก็ได้บุญเหมือนกัน แต่ได้น้อยกว่าการให้ด้วยความเสียสละ ...

 

โอ้ แท้จริงแล้ว เมื่อเราคิดจริงๆ เรากลับพบความหมายที่ลึกซึ้งเหลือเกิน... มอบให้ แบ่งปัน กับเสียสละนั้น มันต่างกันมากจริงๆ เพราะการให้ที่เราให้เพราะมันคือสิ่งเหลือใช้นั้น นั่นยังไม่ใช่การเสียสละ แต่การเสียสละ นั้นหมายถึงชีวิตที่นักบุญลอเรนซ์ได้สอนเราด้วยแบบอย่างนี้แหละครับ นั่นคือการมอบสิ่งที่ตนเองมี และต้องการ แต่เราสามารถมองเห็นความต้องการของคนอื่นมากกว่า และเราก็มอบให้กับเขาได้ด้วยหัวใจยินดี นั่นแหละครับ สิ่งที่เราได้บุญมากที่สุด เพราะนั่นคือการให้แบบพระเยซู คือให้แบบหมดใจ และให้ด้วยความยินดี และนี่แหละ สิ่งที่พระวาจาของพระเจ้าบอกกับเราในวันนี้... “พระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี”

 

ในแต่ละวัน ทานของฉันเป็นอย่างไร... ฉันให้สิ่งที่เหลือใช้ หรือฉันให้สิ่งที่จำเป็นสำหรับฉัน แต่ฉันสามารถแบ่งปันได้... โอ้ คุณค่าของการให้นั้นมันแตกต่างกันจริงๆ

 

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงยอมมอบชีวิตของพระองค์ เพื่อให้ลูกได้มีชีวิตในพระองค์ ขอทรงโปรดให้ลูกรู้จักยอมสละน้ำใจของตนเองบ้าง เพื่อเป็นผู้ซื่อสัตย์ในการรับใช้พระองค์และเพื่อนพี่น้อง ตามแบบอย่างของพระคริสตเจ้า และของนักบุญลอเรนซ์ด้วยเทอญ.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม 19 ฉลองนักบุญลอเรนซ์ สังฆานุกร และมรณสักขี

บทอ่าน 2คร 9:6-10 / ยน 12:24-26

พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสถึงเรื่องความชื่นชมยินดีของพระวรสาร เพื่อเครือข่ายกิจการเมตตาธรรม พระองค์ได้ตรัสอย่างชัดเจนและตรงประเด็น สำหรับผู้ที่ทำงาน ที่พยายามลดความยากจนในรูปแบบต่างๆ ความชื่นชมยินดีของพระวรสารได้ยืนยันว่า เราพบพระพักตร์ของพระเป็นเจ้าในคนยากจน เป็นต้นยินดีรับใช้พวกเขาด้วยความรักและความชื่นชมยินดี เราทราบดีว่า พันธกิจของเรานั้นยากลำบาก และบ่อยๆ ทำให้เราหมดกำลังใจ การตอบสนองความต้องการเป็นรายบุคคลนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การสนองความต้องการอย่างเป็นระบบนั้น มีความยุ่งยากมากกว่า แน่นอน เราจะพบว่าเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคนยากจน ผ่านความพยายามของเรา ในการรับใช้คนอื่น เรากำลังทำงาน เพื่อความดี และศักดิ์ศรีของบุคคลนั้น

“ถ้าเมล็ดข้าวไม่ตกในดินและตายไป มันก็จะเป็นเพียงเมล็ดเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามันตาย มันก็จะบังเกิดผลมากมาย” พระเยซูเจ้าได้ทรงทำเครื่องหมายมากมาย แต่หลายคนไม่มีความเชื่อในพระองค์ การสิ้นพระชนม์และการกลับคืนชีพของพระองค์ คือ เครื่องหมายสุดท้าย ที่จะชี้ว่า การไถ่กู้มนุษยชาติจะสำเร็จไปในตัวของพระองค์ พระองค์ได้ทรงบอกกับบรรดาผู้ติดตามพระองค์ว่า การจะได้รับชีวิตนิรันดรนั้น จะต้องผ่านความตาย การไถ่กู้นั้นจะเกิดขึ้น ไม่ใช่ผ่านทางกิจการธรรมดา แต่ขึ้นอยู่กับความยินดีที่จะเสียสละทุกสิ่ง แม้แต่ชีวิต เช่นเดียวกับนักบุญลอเรนซ์ ที่เป็นหนึ่งในเจ็ดของสังฆานุกรของกรุงโรม ท่านได้เป็นมรณสักขีในรัชสมัยของจักรพรรดิวาเลรีในเดือนสิงหาคม ปี 258 สี่วันหลังการเป็นมรณสักขีของพระสันตะปาปาซิกส์ตุสที่ 2 และเพื่อนๆขณะที่กำลังรอการประหารชีวิต นักบุญบอเรนซ์ได้โยกย้ายทรัพย์สินของพระศาสนจักร ก่อนที่รัฐบาลจะยึดครอง และเมื่อท่านได้รับคำสั่งให้นำทรัพย์สมบัติของพระศาสนจักร มาให้แก่รัฐบาล ท่านได้นำคนพิการ คนตาบอด คนป่วย และคนยากจนมามอบให้ ก่อนที่ท่านจะถูกประหารชีวิต มีการสร้างวิหารเหนือหลุมศพของท่าน ภายหลังจากที่ท่านเสียชีวิต.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)

 

 

เชิญฟังเสียงคพ.พงศ์เทพ ประมวลพร้อม อธิบายพระคัมภีร์มิสซาวันอาทิตย์นี้ค่ะ

 

https://youtu.be/QkBDbtIQaXg