วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2019 ระลึกถึงนักบุญโดมินิก พระสงฆ์

 

 

โปรดประทานหัวใจ

ที่นอบน้อมเชื่อฟังแก่ลูกเสมอเถิด 

ขออย่าให้ลูกหมดความวางใจ

ในพระองค์เลย …

โปรดให้ลูกสามารถเดินตามพระองค์

ด้วยความซื่อสัตย์และวางใจเสมอเถิด

 

บทอ่านประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2019

ระลึกถึงนักบุญโดมินิก พระสงฆ์

https://youtu.be/oZaDBaA9WOI

 

https://youtu.be/02OT-D9XToY

 

เมื่อลูกได้เชื่อ

https://youtu.be/T1jREr72LsU

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2019

ระลึกถึงนักบุญโดมินิก พระสงฆ์

อ่าน :

กดว 20:1-13

มธ 16:13-23

 

แม้ชีวิตของเปโตร จะได้รับการเปิดเผย หนุนนำ

จากพระเจ้า จนสามารถตอบได้ว่า

พระเยซูเจ้า คือ “พระคริสตเจ้าพระบุตรพระเจ้าผู้ทรงชีวิต”

 

แต่ความบกพร่อง อ่อนแอ จากความคิด ตามประสามนุษย์ 

ก็เป็นเหตุให้ท่านต้องสะดุด 

อย่างไรก็ตาม การกลับใจ 

ยอมให้พระนำ และทำงาน ช่วยให้ท่าน

กลับมาเข้มแข็ง มั่นคง อีกครั้งหนึ่ง

 

ถ้อยคำของนักบุญโดมินิก ที่ได้เตือน

สมาชิกนักบวชของท่านว่า

“จงมีความรัก เมตตา รักษาความสุภาพ

สะสมทรัพย์สมบัติแห่งความยากจนอันศักดิ์สิทธิ์

บ่งบอกถึง การเป็นคนมีจิตใจโอบอ้อมอารี

พร้อมกับความวางใจที่ลึกซึ้ง ในชีวิตนักบวช

 

หมายเหตุ..

ในการรับใช้ฯ

ถ้าได้ฟังเขาพูด เราก็แค่ได้ยิน

ถ้าได้เห็น เราก็แค่ ได้จำในสิ่งที่ประทับใจ

แต่ถ้าเข้าไปทำ เราจะเข้าใจ

 

(จากบทเทศน์ของคพ.อมรกิจ พรหมภักดี)

 

 

“พลังแห่งพระวาจา”

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2019

สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

ระลึกถึง นักบุญดอมินิก นักบวช และพระสงฆ์

 

ผลึกการไตร่ตรองพระวาจาพระเจ้า ผลกระทบต่อชีวิตของข้าพเจ้า

By: Br. Francis Xavier Rerkchai Panuphan, ofm.

 

“ถอยไปข้างหลัง...” (มธ 16:13-23)

 

ศิษย์คือผู้ที่เดินตามพระอาจารย์

เราต้องไม่ยืนผิดที่ ไม่เล่นผิดบทบาท

 

กระแสเรียกที่พระเจ้าทรงริเริ่มในชีวิตของเรานั้น

คือทรงเรียกให้เรามาเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า

คือการเดินตามพระองค์ เรียนรู้ เลียนแบบ

และซึมซับชีวิตของพระองค์

 

และนี่คือกระแสเรียกของการเรียกเราคริสตชน

เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวกับพระบุตรของพระองค์อย่างแท้จริง

นั่นคือการเป็นภาพจำลองของพระคริสตเจ้า

ผู้ทรงรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพ

 

วันนี้ ฉันอยู่ที่ใด ณ ช่วงเวลาของชีวิตแห่งการเป็นศิษย์ของพระองค์

ฉันคงต้องกลับมาอยู่ข้างหลังพระองค์

เพราะฉันเป็นศิษย์ ไม่ใช่อาจารย์

ฉันต้องรู้ว่า ฉันควรยืนอยู่  ณ ที่ใด มิใช่หรือ...

 

________________

 

บรรดาศิษย์ หลังจากได้ติดตามพระเยซูเจ้ามาสักพักหนึ่ง บัดนี้พวกเขากำลังเดินตามพระเยซูเจ้า เพื่อขึ้นไปที่กรุงเยรูซาแลม แต่อาจจะเป็นไปได้ ที่พวกเขายังไม่รู้จักพระองค์ ผู้ที่พวกเขากำลังติดตาม เวลานี้ เป็นดังช่วงเวลาของการไตร่ตรองของพวกเขา พวกเขารู้จักพระองค์มากน้อยเพียงใด... พระเยซูเจ้าตรัสถามครับ “ท่านล่ะ คิดว่าเราเป็นใคร”

 

ในขณะที่คนมากมายมองพระเยซูเจ้า พวกเขาคิดถึงพระองค์สารพัด และอีกบางคนก็อาจจะไม่สนใจอะไรเกี่ยวกับพระองค์เลย แต่สำหรับผู้ที่เป็นศิษย์ของพระองค์ พระองค์กำลังถามพวกเขา และอาจจะกำลังถามเราด้วยว่า “ท่านล่ะ คิดว่าเราเป็นใคร”

 

พี่น้องที่รัก กระแสเรียกอันศักดิ์สิทธิ์นี้ กระแสเรียกแห่งการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้านี้ หาใช่ความสามารถของเราไม่ แต่เป็นการริเริ่มของพระเจ้า ดังที่พระเยซูเจ้าได้ตรัสกับเปโตรว่าพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์เป็นผู้เปิดเผย คือทรงเป็นผู้แจ้งให้ท่านทราบ นี่คือการไตร่ตรองประการแรกที่ผมขอแบ่งปันกันพี่น้อง ว่าการเป็นคริสตชนนั้น นี่คือกระแสเรียกที่เป็นการริเริ่มของพระเจ้า หาใช่ความสามารถของเราไม่ การที่คนหนึ่งจะเข้ามารู้จักพระเจ้าได้อย่างใกล้ชิดเช่นนี้ การเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าที่กำลังเดินตามพระองค์ในฐานะคริสตชนนั้น จึงเป็นสิ่งที่เราต้องขอบพระคุณพระเจ้าเสมอสำหรับกระแสเรียกอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ที่วันนี้ เราคงสามารถตอบคำถามของพระองค์ได้ด้วยความเชื่ออันเกิดจากประสบการณ์ของเรา ที่พระบิดาเจ้าทรงประทานโอกาสให้เราได้อยู่ใกล้ชิดพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระองค์ในฐานะศิษย์ของพระองค์... “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต”

 

แต่จากประสบการณ์ที่ดีนี้ เมื่อนักบุญเปโตรได้ยืนยันความเชื่อของเขา และบรรดาศิษย์แล้ว พระเยซูเจ้าทรงชื่นชมท่าน เพราะพระบิดาทรงเปิดเผยเรื่องนี้แก่ท่าน นี่คือความเชื่อที่ต้องกลับกลายเป็นสิ่งที่เตือนใจพวกเขาเสมอ ว่า พระองค์ทรงเป็นพระอาจารย์ ทรงเป็นผู้นำ และศิษย์อย่างพวกเขาได้ถูกเรียกให้มาอยู่กับพระองค์ เพื่อซึมซับชีวิตของพระองค์ บัดนี้กำลังเผชิญกับแหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับเหตุการณ์แรก เมื่อท่านมีความรักและความหวังดีต่อพระอาจารย์เจ้า และทูลทัดทานพระองค์ เมื่อพระองค์ได้ตรัสถึงพระทรมานของพระองค์ที่พระองค์กำลังต้องเผชิญ มันช่างตรงกันข้ามจริง...

 

“ขอเถิดพระเจ้าข้า เหตุการณ์นี้ จะต้องไม่เกิดขึ้นกับพระองค์อย่างแน่นอน”... แทบจะทันที ที่พระเยซูเจ้าหันมาตรัสกับเปโตรว่า “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลัง...” หากเราสังเกตพระวรสาร เราจะเห็นได้ว่า นี่คือช่วงเวลาที่บรรดาศิษย์กำลังเดินอยู่กับพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้นำ แต่ การที่พระเยซูเจ้าทรงหันมา และตรัสกับเปโตรว่า “ถอยไปข้างหลัง” นั้น... นี่เป็นสิ่งที่น่าคิดและน่าไตร่ตรองไม่น้อยทีเดียว... เหมือนเปโตรกำลังขึ้นมายืนข้างๆ พระเยซูเจ้า... แต่เราพบในพระวรสารนักบุญมารโกว่า เปโตรได้แยกพระองค์ออกมาต่างหาก และทูลพระองค์เช่นนี้... พี่น้องที่รักครับ การที่พระองค์ดุเปโตรแรงเช่นนี้ ให้ความหมายกับเราคริสตชนด้วยเช่นกัน “ถอยไปข้างหลัง” นั่นคือการถอยไปอยู่ในที่ของตน ในความเป็นศิษย์ของพระอาจารย์ ที่มีหน้าที่ต้องติดตามพระองค์ คือว่า อย่ายืนผิดที่ อย่าเล่นผิดบทบาท ท่านถูกเรียกมาเป็นศิษย์ เพื่อติดตามพระอาจารย์เจ้า จงอยู่ในที่ของการเป็นศิษย์ อย่าทำตัวเป็นผู้นำเสียเอง...

 

พี่น้องที่รักครับ กระแสเรียกของการเป็นศิษย์ติดตามพระคริสตเจ้า สิ่งแรกที่ผมแบ่งปันการไตร่ตรองในวันนี้แด่พี่น้องคือ นี่คือกระแสเรียกที่พระบิดาเจ้าทรงประทานให้ เพื่อให้เราเป็นศิษย์ของพระองค์ และถูกเรียกมาเพื่ออยู่กับพระองค์ เรียนรู้ และซึมซับชีวิตของพระองค์ในชีวิตของเรา และสอง เราถูกเรียกมาเพื่อเดินตามแบบอย่างชีวิตของพระองค์ คือการเจริญชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ พระวาจาที่บอกว่า “จงถอยไปข้างหลัง”  นั้น ให้ความหมายที่ดีมากต่อการเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า

 

พี่น้องที่รักครับ “ถอยไปข้างหลัง” คือเราเป็นศิษย์ หน้าที่ของเราคือเดินตามพระองค์ เรียนรู้ และเลียนแบบพระองค์ พระองค์ทรงเป็นผู้นำของเรา เราจงอย่าทำตัวเป็นผู้นำของพระองค์ แต่เราเป็นศิษย์ เราจงเดินตามพระองค์ และฟังพระองค์ นี่คือสิ่งที่เป็นกระแสเรียกของเราในความเป็นคริสตชน ที่เราถูกเรียกมาเพื่อการนี้ แม้บางครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจหนทางที่เรากำลังเดินติดตามพระองค์ แต่หน้าที่ของเราคือการฟังพระองค์ คือการอยู่กับพระองค์ เพื่อซึมซับชีวิตของพระองค์ ในการเป็นพระคริสตเจ้า และเมื่อเราสามารถเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ได้อย่างแท้จริง เราก็จะเป็นภาพของพระคริสตเจ้าที่กำลังสำแดงแก่ทุกๆ คนด้วย

 

พี่น้องที่รักครับ วันนี้ เราคงต้องไตร่ตรอง และคุยกับหัวใจของตนเองกันสักหน่อย พระเยซูเจ้าเป็นใครกันสำหรับเรา ผู้ที่เรากำลังเดินตามพระองค์... และเราเป็นศิษย์ของพระองค์มากน้อยเพียงใด... หรือเรากำลังยืนผิดที่ เล่นผิดบทบาทอยู่หรือเปล่า... “ถอยไปข้างหลัง” นี่คือพระวาจาเตือนใจที่ดีจริงๆ สำหรับผมและพี่น้องในเช้าวันนี้ที่เราไตร่ตรองพระวาจา และแบ่งปันการไตร่ตรองร่วมกันนี้ เหมือนเป็นคำถามให้เราไตร่ตรองว่า วันนี้เรายืนอยู่ที่ใด เรายังเดินตามพระเยซูเจ้าอยู่หรือเปล่า และสิ่งที่แสดงว่าเรากำลังเดินตามพระองค์ เรากำลังอยู่กับพระองค์อย่างแท้จริง สิ่งนั้นคือ การเดินอยู่ข้างหลังพระเยซูเจ้า การเป็นศิษย์ของพระองค์ที่มีพระองค์ทรงเป็นผู้นำ และการมีพระเจ้าทรงเป็นผู้นำนี้ หัวใจของเราต้องวางใจในพระองค์ พระเจ้าผู้ทรงเป็นผู้เลี้ยงดูประชากรของพระองค์ นั่นหมายถึงพระองค์ทรงเป็นชีวิตของเรา เป็นพระองค์ที่ทรงเป็นผู้นำที่แท้จริงของเรา หน้าที่ของประชากรของพระเจ้าที่แท้จริง เพื่อจะเข้าสู่แผ่นดินแห่พระสัญญา และเพื่อนจะเข้าสู่พระอาณาจักรสวรรค์คงมีเพียงเท่านี้เอง คือ “ฟัง” พระองค์เท่านั้น (เทียบ บทอ่านที่หนึ่ง กดว 20:1-13)

 

ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานหัวใจที่นอบน้อมเชื่อฟังแก่ลูกเสมอเถิด เพื่อลูกจะได้สามารถฟังเสียงของพระองค์ แม้บางครั้งลูกจะบ่นบ้าง แต่ขออย่าให้ลูกหมดความวางใจในพระองค์เลย ขอให้ลูกสามารถเดินตามพระองค์ด้วยความซื่อสัตย์และวางใจเสมอเถิด.

 

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรและประทานสันติสุข

 

(แบ่งปันโดยบร.ฟรันซิสเซเวียร์ ฤกษ์ชัย  ภานุพันธ์ Ofm)

 

 

วันพฤหัสที่ 8 สิงหาคม 19 สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

บทอ่าน กดว 20:1-13 / มธ 16:13-23

“เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย” พระเยซูเจ้าได้นำบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ไปยังเขตเมืองเซซารีอาแห่งฟิลิป ในตอนเหนือของประเทศอิสราเอล ใกล้กับเมืองบานีอัส เป็นถ้ำของพระปัน ของชาวโรมัน ที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งแพะ กษัตริย์เฮโรดได้สร้างวิหาร เพื่อให้เกียรติแก่จักรพรรดิออกัสตุส และในเขตแดนของการเมืองและคนต่างศาสนานี้เอง ที่พระเยซูเจ้าได้ถามบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ว่า “ท่านคิดว่าเราเป็นใคร?” เปโตรได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้า ได้ประกาศว่า พระองค์คือ พระบุตรของพระเป็นเจ้า พระเมสสิยาห์ พระเยซูเจ้าได้ทางชมเชยเปโตรว่าเป็นผู้มีบุญ เพราะได้รับการเผยแสดงจากพระเป็นเจ้า

ท่านเองคิดว่า พระเยซูเจ้าเป็นใคร มีคนให้ความหมายว่า พระเยซูเจ้าเป็นใครสำหรับฉัน และต่อไปนี้คือคำตอบ:...พระเยซูเจ้า คือปังทรงชีวิตที่จะต้องได้รับการรับประทาน...พระเยซูเจ้า คือ ความหิวที่จะต้องได้รับการดับความหิว… พระเยซูเจ้า คือ ความกระหายที่จะต้องได้รับดับกระหาย...พระเยซูเจ้า คือ ผู้เปลีอยเปล่าที่จะต้องได้รับการนุ่งห่ม...พระเยซูเจ้า คือผู้ไร้ที่อยู่ที่จะต้องได้รับการต้อนรับ...พระเยซูเจ้า คือผู้ป่วยไข้ที่จะต้องได้รับการรักษา...พระเยซูเจ้า คือผู้ถูกทอดทิ้งที่จะต้องได้รับการเลี้ยงดู...พระเยซูเจ้า คือคนป่วยโรคเรื้อนที่จะต้องได้รับการชำระล้างบาดแผล...พระเยซูเจ้า คือขอทานที่จะต้องได้รับรอยยิ้ม...พระเยซูเจ้า คือคนเมาเหล้าที่จะต้องได้รับการรับฟังความทุกข์...พระเยซูเจ้า คือคนพิการที่จะต้องได้รับการปกป้อง...พระเยซูเจ้า คือผู้เล็กน้อยที่จะต้องได้รับการสวมกอด...พระเยซูเจ้า คือคนตาบอดที่จะต้องได้รับการจูง...พระเยซูเจ้า คือคนใบ้ที่จะต้องได้รับเสียงพูด...พระเยซูเจ้า คือคนขาพิการที่จะต้องได้รับการพยุง...พระเยซูเจ้า คือคนติดยาเสพติดที่ต้องการเพื่อนร่วมเดินทาง...พระเยซูเจ้า คือคนติดคุกที่ต้องได้รับการเยี่ยมเยียน...พระเยซูเจ้า คือ คนสูงอายุที่ต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแล…และพระเยซูเจ้าคือลูกแกะที่ถูกถวายเพื่อบาปของเราบนไม้กางเขน.

 

(แบ่งปันโดยคพ.เชาวลิต กิจเจริญ)