ชีวิตหลังความตาย3


รวบ รวมบทความดีๆ ที่คุณพ่อบัญชา อภิชาติวรกุล คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ ผู้ซึ่งมีพระพรแห่งการถ่ายทอดพระวาจาของพระเจ้าที่สามารถให้ทั้งสาระและความ บันเทิงไปพร้อมกัน บทความเหล่านี้เป็นการสรุปเฉพาะใจความสำคัญที่คุณพ่อได้ให้การแบ่งปันใน กิจกรรมสนทนาธรรม โดยกลุ่มฆราวาสแพร่ธรรม(ตามหาลูกแกะหลงทาง) ทุกวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สี่ของเดือน ณ ห้องประชุม ชั้นสาม ตึกวันทามารี วัดเซนต์หลุยส์
สนใจเข้าร่วมกิจกรรมติดต่อสอบถามได้ที่คุณจอน วิริยะอรรควุธิ โทร. 081 490 9371


ชีวิตหลังความตาย3

แบ่งปันโดยคุณพ่อบัญชา อภิชาติวรกุล
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2557

แล้วพระเยซูเจ้าก็ได้กล่าวกับดร.กลอเรียเกี่ยวกับศีลแต่งงาน การแต่งงานสำคัญมากเพราะเป็นการที่เรากำลังร่วมมือกับพระเจ้าในการสร้างโลก ถ้าเรานำพระพรให้แก่คนที่เราอยู่ด้วย คนสองคนก็จะมีพระพรเท่ากันปีศาจก็จะโจมตียาก คำภาวนาที่มีค่าที่สุดคือคำภาวนาที่ให้แก่คนใกล้ตัวแต่เราก็มักจะละเลย คนใกล้ตัวนี่แหละคือภารกิจที่พระเจ้ามอบหมายให้เรา ต้องไม่ลืมที่จะดูแลสวดภาวนาให้กัน หลายครั้งที่ครอบครัวของเรามีปัญหา เราต้องย้อนถามตัวเองว่าเราได้สวดภาวนาให้กับเขาอย่างเต็มกำลังแล้วหรือยัง ศีลแต่งงานเป็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าได้มอบหมายให้กับเรา เวลาสวมแหวน เวลาเรากล่าวคำสาบานต่อกันเราทำด้วยความสมัครใจ การแต่งงานที่เป็นไปด้วยความสมัครใจ ผลของมันก็จะถูกประทับตราโดยพระเจ้าเอง และจะแยกไม่ได้จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตายจากกัน “พระบิดาทรงจารึกคำสัญญาของเราไว้ในหนังสือแห่งชีวิตที่เป็นอักษรสีทอง” สัญญานี้จึงศักดิ์สิทธิ์มั่นคงถาวร เราจึงต้องไม่ไปให้คำสัญญานี้แก่ใครอีก แต่จงรื้อฟื้นคำสัญญานี้กับคู่ชีวิตของเราบ่อยๆ ปัญหาในปัจจุบันนี้ก็คือปีศาจรู้ความสำคัญนี้จึงพยายาม
ยุแยงให้คู่สมรสแยกจากกัน การที่คู่สมรสนั้นจะอยู่กันได้อย่างดี คู่สมรสนั้นจะต้องภาวนาให้แก่กัน ในพิธีแต่งงานเป็นพระเยซูเจ้าเองที่เป็นผู้ประกอบพิธีให้แก่เรา นั่นหมายความว่าคำสัญญานี้เราไม่ได้สัญญาด้วยคำพูด แต่สัญญาด้วยชีวิต เช่นเดียวพระสงฆ์เวลาบวชก็คือการทำสัญญาด้วยชีวิต ไม่มีคำว่าสึกเหมือนการแต่งงานที่ไม่มีคำว่าหย่า มีกรณีเดียวที่จะสึกหรือหย่าได้ คือการแต่งงานหรือการบวชนั้นไม่ได้ทำด้วยความเต็มใจหรือถูกบังคับให้ทำ ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ถึงข้อขัดข้องนี้ก็สามารถยื่นเรื่องไปให้ทางวาติกันพิจารณายกเลิกได้ก็จะถือว่าเป็นโมฆะตั้งแต่แรก แต่ถึงแม้ว่าจะยกเลิกการทำหน้าที่ของการเป็นสงฆ์ไปแล้วไม่สามารถประกอบพิธีมิสซาได้อีก กระนั้นความเป็นสงฆ์ก็ยังคงอยู่ตลอดไป เพราะพระเจ้าได้ทรงเรียกคนคนนั้นและทำสัญญากับเขาแล้วด้วยชีวิต เมื่อพระเจ้าได้สัญญาแล้วพระองค์ไม่มีวันจะเลิกสัญญา เหมือนการเป็นภรรยาแม้จะมีชู้นอกใจแต่สำหรับพระเจ้าแล้วก็ยังคงเป็นภรรยาอยู่ ในกรณีฉุกเฉินจำเป็นหรือเวลาที่เกิดสงครามไม่มีพระสงฆ์อยู่เลย เขาคนนั้นสามารถทำหน้าที่ในการฟังแก้บาป ถวายมิสซาได้

ดร.กลอเรียมีคุณพ่อเจ้าชู้ แต่มีคุณแม่ที่ศรัทธามากถือความยากจนและซื่อสัตย์ต่อสามีเสมอ ไม่ว่าเขาจะเจ้าชู้แค่ไหน ยิ่งได้รับความเจ็บปวดเสียใจคุณแม่ก็จะยิ่งภาวนามากขึ้น ถ้าเราเกิดแต่งงานไปแล้วพบว่าคู่ของเราเป็นคนไม่ดี ไม่ว่าเขาจะเป็นคนเลวแค่ไหน จงจำไว้ว่าพระได้มอบภารกิจนี้ให้แก่เราและเรามีพระพรเพียงพอที่จะช่วยเหลือเขาให้รอดจากนรก ให้เราหันหน้าเข้าหาพระเจ้า อย่าหันหน้าหนีจากพระองค์หรือหันไปซุบซิบปรับทุกข์กับเพื่อนที่ไม่สามารถจะช่วยเราได้อย่างแท้จริง

“ฉันกำลังจะเล่าให้คุณฟังถึงความอกตัญญูของฉันต่อพ่อแม่ของฉัน  ฉันรู้สึกละอายใจต่อพวกท่านเหลือเกิน  ฉันพูดไม่ดีกับพวกท่านและไม่ยอมรับพวกท่านเพียงเพราะท่านยากจนและไม่สามารถให้ทุกสิ่งแก่ฉันเหมือนกับเพื่อนๆ ที่ร่ำรวยของฉันได้รับจากพ่อแม่ของเขา  ฉันช่างเป็นลูกที่อกตัญญูเสียนี่กระไร  จนถึงกับเคยพูดว่า    ท่านไม่ใช่แม่ของฉัน เพราะท่านมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน  ผู้หญิงที่ไม่ยำเกรงพระเป็นเจ้านั้นน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก  เธอทำลายทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว   นอกจากนั้นยังมีสิ่งที่แย่มาก  นั่นก็คือฉันยังคงรู้สึกว่า   ฉันเป็นคนดี ตรงนี้อันตราย จิตที่บริสุทธิ์ เช่นบรรดานักบุญล้วนสำนึกอยู่เสมอว่าตนเป็นเพียงคนบาปดังนั้น เวลาที่เราคิดหรือรู้สึกตัวว่าเราช่างเป็นคนดีขึ้นมาเมื่อไหร่ เราต้องมองย้อนกลับเข้าไปที่ตัวของเราเองจริงๆ แล้วจะพบว่านี่คือการล่อลวงของจิตชั่ว นี่เป็นผลเนื่องมาจากการที่เราไม่ได้แก้บาปอย่างดีทำให้จิตไม่นิ่ง ไม่ใสบริสุทธิ์พอที่จะเห็นความเป็นจริงของตนเอง เราควรที่จะเตรียมตัวแก้บาปพิจารณาสิ่งต่างๆ ล่วงหน้าก่อนวันที่จะไปแก้บาปไม่ใช่เพิ่งจะคิดพิจารณาในขณะที่กำลังไปแก้
ดร.กลอเรียได้พูดถึงคุณพ่อเธอที่ดูจะชัดเจนว่าหลงทางไปกับจิตชั่วล่อลวง “ท่านเคยพูดโอ้อวดกับคุณแม่และทุกคนว่า ท่านเป็น “ลูกผู้ชาย” เต็มตัว  เพราะมีผู้หญิงหลายคนมาติดพันท่าน  ยิ่งไปกว่านั้นท่านยังเคยดื่มสุราและสูบหรี่  ท่านเป็นคนดีเหมือนกัน แต่ก็มีข้อเสียด้วยซึ่งท่านไม่รู้ตัวเองและยังคิดว่าสิ่งนั้นเป็นความดีอย่างหนึ่ง  ท่านยังภูมิใจด้วยซ้ำ
“ในตอนที่ฉันเป็นเด็กเล็กๆและเห็นแม่ของฉันร้องไห้เมื่อคุณพ่อพูดถึงผู้หญิงคนอื่น
  ฉันรู้สึกโกรธฝังใจ  ความฝังใจนั้นทำให้จิตวิญญาณของฉันตายไป  ฉันรู้สึกโกรธจัดเมื่อเห็นคุณพ่อเยาะเย้ยคุณแม่ต่อหน้าคนอื่น  ท่านทำให้คุณแม่ต้องเสียน้ำตาไปมากมายทีเดียว...ส่วนคุณแม่นิ่งเงียบไม่พูดเลยสักคำเดียว  ทำให้ฉันเริ่มต้นเป็นกบฏต่อครอบครัว” “เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น  ฉันเคยพูดกับแม่ว่า “ฉันจะไม่ทำเหมือนคุณแม่   คุณแม่ทำให้ศักดิ์ศรีของผู้หญิงถูกเหยียบย่ำ  ทำให้ผู้หญิงไร้ค่า ความผิดทั้งหมดมาจากผู้หญิงอย่างคุณแม่นี่แหละ  สูญเสียศักดิ์ศรี สูญเสียความภูมิใจ  ได้รับการดูถูกจากผู้ชาย”   คุณแม่ของเธอที่ต้องเสียใจทั้งจากสามีและจากคำพูดของลูกสาว กลับทำให้คุณแม่สวดภาวนาอุทิศให้ด้วยความสำนึกที่อยากจะช่วยให้ทั้งลูกและสามีไม่ต้องตกนรก คุณแม่ได้ช่วยดึงวิญญาณขึ้นมาจากนรกด้วยสายประคำที่เธอสวด “แม่ได้มอบพ่อของลูกให้แก่พระเยซูเจ้า  และสวดสายประคำ  ปีศาจดึงพ่อให้ตกต่ำลงด้วยบาป  แต่แม่ดึงพ่อกลับขึ้นมาด้วยสายประคำ แม่ดึงพ่อขึ้นมาอยู่เบื้องหน้าพระแท่นและแม่พูดว่า “พระเยซูเจ้าข้า  เขาอยู่ที่นี่แล้ว  ลูกเชื่อมั่นว่าพระองค์จะไม่ให้ลูกสิ้นใจก่อนที่จะได้เห็นเขากลับใจ  พระเยซูเจ้าข้า  ลูกไม่ได้สวดภาวนาเพื่อสามีของลูกเท่านั้น  แต่สวดภาวนาเพื่อผู้หญิงอื่นๆซึ่งอยู่ในสถานการณ์เดียวกับลูกด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่ไม่คุกเข่าวอนขอต่อพระองค์เพื่อสามีของเขาและลูกๆของเขา  แต่กลับไปพึ่งพาไสยศาสตร์หรือหมอดูหรือสิ่งอื่นๆซึ่งเป็นสิ่งหลอกลวง  อันเป็นการนำครอบครัวของเขาให้ไปสู่อุ้งมือของปีศาจ  พระเยซูเจ้าข้า  ลูกสวดภาวนาสำหรับผู้หญิงเหล่านี้และครอบครัวเหล่านี้” “ส่วนคุณพ่อของฉัน ฉันเคยพูดกับท่านว่า “คุณพ่อ  ฟังดีๆนะ  ฉันจะไม่ยอมให้ผู้ชายมาทำกับฉันเหมือนที่คุณพ่อทำกับคุณแม่หรอก  ถ้าวันใดผู้ชายไม่ซื่อสัตย์ต่อฉัน  ฉันจะไม่ยอม  ฉันจะทำเช่นเดียวกันนั้นบ้าง  เพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้”  นี่คือการล่อลวงของปีศาจให้ทั้งชายและหญิงนอกใจต่อกัน ปัจจุบันมีผู้หญิงที่คิดอย่างนี้เยอะมาก และนี่คือผลจากการทำงานอย่างหนักของซาตานในยุคสุดท้ายนี้   ทำไมซาตานจึงเข้มแข็งและมีอำนาจอย่างมากในโลกปัจจุบันนี้ก็เพราะขณะนี้มีมนุษย์บูชายัญซาตานทุกวันด้วยเลือดของเด็กบริสุทธิ์ เมื่อมีการทำแท้งทุกครั้งเลือดของทารกที่บริสุทธิ์ก็จะกระเซ็นออกมาและนี่คือการทำบูชายัญต่อซาตานนั่นเอง บนพระแท่นบูชาในพิธีมิสซาคือการที่พระเยซูเจ้าถูกฆ่าตายเป็นการบูชายัญต่อพระบิดา พระเยซูเจ้ายอมให้ตัวเองเป็นเครื่องบูชายัญ แต่มนุษย์ในปัจจุบันกลับบูชายัญซาตานทุกวันและวันละหลายศพ ดังที่เราได้ยินข่าวอยู่เสมอเกี่ยวกับพ่อแม่จงใจฆ่าหรือทิ้งลูกของตนเองในทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราร่วมในบูชามิสซาจึงต้องตั้งใจให้ดี นี่เป็นบูชายัญของพระเยซูเจ้าที่กำลังต่อสู้กับการบูชายัญของซาตาน ในขณะนี้เรายังอยู่เหนือกว่าในการต่อสู้ ไม่เช่นนั้นโลกนี้ก็คงอยู่ไม่ได้แล้ว ขณะนี้มีความพยายามของหลายประเทศที่ต้องการแก้กฎหมายให้การทำแท้งเสรีถูกต้องตามกฎหมาย

“ฉันพกพาความเกลียดและความฝังใจเอาไว้ในใจ  สิ่งนี้ทำให้ฉันเป็นกบฏ  ฉันคิดที่จะกระทำสิ่งที่เป็นการปกป้องผู้หญิง  ฉันสนับสนุนการทำแท้ง  การหย่าร้าง  การทำการุณยฆาต  และฉันแนะนำผู้หญิงทุกคนที่รู้จักว่า  อย่ายอมผู้ชายถ้าเขาหลอกลวงเธอ  ตัวฉันเองไม่เคยทำเช่นนั้น  แต่ฉันทำร้ายผู้คนมากมายด้วยการให้คำแนะนำเช่นนั้นการแนะนำให้ใครทำแท้งถือเป็นบาปหนักในระดับเดียวกับผู้ที่ทำแท้ง เคยมีคนมาปรึกษาพ่อเรื่องตั้งครรภ์ในขณะที่ไม่พร้อม พ่อได้แนะนำให้ติดต่อไปที่คณะศรีชุมพาบาลซึ่งคณะนี้เขาจะดูแลให้ทุกอย่าง หลายคนที่เคยทำแท้งพ่อสังเกตเห็นเลยว่าตลอดชีวิตของเขาจะไม่พบกับสันติสุขจริงๆ ในใจของเขาอีกเลย แม้จะแก้บาปแล้วแต่แผลเป็นนี้ใหญ่และจะไม่หายไปจากใจของเขาว่าเคยฆ่าลูกของตนเอง

“คุณพ่อของฉันกำลังร้องไห้  ท่านเป็นพ่อที่ดี  ท่านสอนลูกให้รู้จักทำงาน  รู้จักต่อสู้ชีวิต  ให้เข้ากับคนอื่น  ให้รู้จักรับผิดชอบ
เพราะคนที่ทำงานจึงจะก้าวหน้า.....แต่ฉันลืมสิ่งที่ท่านสอนซึ่งสำคัญที่สุด  นั่นคือ ฉันมีจิตวิญญาณ และท่านรู้ว่าท่านต้องเป็นประกาศกของฉัน”
 “ในกรณีของคุณพ่อของฉัน  คุณแม่เคยบอกคุณพ่อให้ตักเตือนพี่ชายของฉันให้ละทิ้งชีวิตในบาปที่เขากำลังทำอยู่เสีย  เพราะเขากำลังดำเนินรอยตามคุณพ่อ  นั่นคือความไม่ซื่อสัตย์  การดื่มสุรา....ถ้าคุณพ่อยอมทำตามที่คุณแม่แนะนำ  นี่จะเท่ากับเป็นการชดใช้โทษบาปของท่านได้  แต่ท่านไม่ได้ทำและพูดแต่เพียงว่า  เด็กๆเขาสนุกเล่นเท่านั้น  ไม่ได้เอาจริงและเขาก็จะเปลี่ยนไปเองในภายหลัง คุณพ่อเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่พี่ชายของฉัน  แต่ก็ไม่แก้ไขอะไรเลย  ในไฟชำระ ท่านร้องไห้และพูดว่า “ข้าพเจ้าได้รับความรอดโดยอาศัยการสวดภาวนาเป็นเวลาถึง 38 ปี ของผู้หญิงที่พระองค์ทรงประทานมาให้เป็นคู่ของข้าพเจ้า  ขอขอบพระคุณพระองค์”  แม่ของฉันสวดภาวนานานถึง 38 ปีเพื่อคุณพ่อ” เราทุกคนที่เป็นพ่อแม่มีหน้าที่ต้องเป็นประกาศกให้แก่ลูกของเราด้วยการเป็นพยานด้วยแบบอย่างที่ดี เราต้องไม่กลัวหรือละเลยในการสอน ตักเตือน จงทำต่อไป แต่เขาจะทำตามหรือไม่ก็ให้เป็นเรื่องของเขา การสอนอย่าโมโหหรือใช้อารมณ์ การใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนสามารถสื่อออกมาจากข้างในให้คนฟังสัมผัสได้ว่าเรากำลังสอนเขาด้วยความรัก ต่างกับการใช้อารมณ์ด่าว่าเขา เราต้องสวดให้เขาเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะสอนเขาเพื่อว่าเขาจะได้ฟังเรา และคำพูดของเราก็จะได้มีพระพรออกไป คนที่มีพระพรและศักดิ์สิทธิ์ คำพูดของเขาจะนิ่ง เย็น สงบ

“ซาตานและกลยุทธ์ของมัน คนที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องพระมหาทรมานของพระเยซูเจ้า คงจะจำได้ว่า  ในตอนที่ทหารเฆี่ยนตีพระเยซูเจ้าอยู่  มีปีศาจพร้อมกับเด็กเล็กๆคนหนึ่ง (ซึ่งเป็นปีศาจเหมือนกัน) กำลังมองดูพระเยซูเจ้าและยิ้ม   รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้มันไม่ได้เป็นเด็กแล้ว  แต่โตและฉลาดมาก  ชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ด้วย  มันได้ทำให้คนจำนวนมากเป็นทาสของมันโดยทำให้พวกเขาพึงพอใจในเรื่องเนื้อหนัง  โดยอาศัยเวทย์มนตร์, ความผิดพลาดทางเทววิทยา  อย่างเช่นการที่มีบางคนยืนยันว่าปีศาจไม่มีอยู่จริง  คิดดูสิว่ามันฉลาดแค่ไหน  มันปฏิเสธแม้แต่ตัวมันเองได้  มันทำให้เราเชื่อว่าไม่มีปีศาจ  เพื่อที่จะไม่มีสิ่งใดมารบกวนแผนการของมัน  ถูกต้อง  มันชี้แนะบางคนให้เชื่อว่าพวกมันไม่มีอยู่  และจะได้นำความพินาศมาสู่พวกเรา  มันหาวิธีทำให้เราสับสนแม้แต่คนที่เชื่อในพระเป็นเจ้าก็ด้วย  ยกตัวอย่างเช่น  เมื่อมีการประจักษ์ที่แท้จริง  มันทำให้เราเชื่อว่าการประจักษ์นั้นเป็นเรื่องไม่จริง มันหลอกลวงคนนับพันด้วยวิธีการต่างๆ หลายวิธี  โดยใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอของแต่ละคน”  

ปัจจุบันนี้พระสงฆ์เองก็พูดถึงซาตานกันน้อยลง ทั้งที่ความเลวร้ายทุกอย่างที่เกิดขึ้น เบื้องหลังทั้งหมดคือการล่อลวงของซาตาน มีบางคนบอกว่าเพราะพระเจ้าทรงความเมตตาดังนั้นเรื่องซาตานและนรกจึงไม่มี แต่ในความเป็นจริงซาตานและนรกมีอยู่จริง และเป็นมนุษย์เองเลือกที่จะผลักไส ไม่รับพระเมตตาการช่วยเหลือจากพระเจ้าทั้งที่พระองค์ไม่เคยยอมที่จะปล่อยให้ลูกต้องตกนรก

“คาทอลิกหลายคน  ถึงแม้จะมีความเชื่อและปฏิบัติตามความเชื่อ  บางคนไปร่วมพิธีมิสซาและยังไปทำพิธีกรรมบางอย่างที่อาศัยเวทมนตร์ด้วย “ฉันเองเคยไปสถานที่แบบนี้  ฉันไปหาเพื่อนคนหนึ่งที่พาฉันไปพบกับคนทรงเพื่อให้ทำนายโชคชะตาของฉัน  และที่นั่นฉันถูกตีตราเครื่องหมายของปีศาจ  ปีศาจตนหนึ่งได้ตีตราบนตัวของฉัน  ตั้งแต่วันนั้น  ฉันรู้สึกถูกรบกวน  ฝันร้าย  ใจสับสนวุ่นวาย  วิตกกังวล  หวาดกลัว  และยังคิดที่จะฆ่าตัวตายด้วย  ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีความปรารถนาเช่นนั้น  ฉันร้องไห้  ไม่มีความสุข  และไม่รู้สึกมีสันติสุขอีกต่อไป  ฉันสวดภาวนา  แต่รู้สึกว่าพระเป็นเจ้าทรงอยู่ห่างไกลจากฉัน  ฉันไม่รู้สึกว่าอยู่ใกล้พระองค์อีกเลย  และนั่นทำให้ฉันเปิดประตูให้กับปีศาจร้าย  และมันได้เข้ามาทำลายชีวิตของฉัน”  เวลาไปดูหมอคนเรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าแม่น แม้แต่หมอดูเองก็ยังยอมรับว่าการดูในรายละเอียดจริงๆ แล้วเป็นการมั่ว เป็นการโกหกทั้งนั้น และนี่จึงเป็นการทำงานของปีศาจ

การโกหกและการสารภาพบาปไม่ดีเป็นครั้งแรก

“ในตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก  ฉันเรียนรู้มาอย่างผิดๆว่า  ถ้าหากจะไม่ให้แม่ทำโทษฉันต้องโกหกท่าน  ดังนั้นฉันจึงเริ่มต้นพูดโกหก และพูดโกหกมากขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้บาปของฉันมากขึ้น  ยกตัวอย่างเช่น  คุณแม่ของฉันเคารพนับถือพระเยซูเจ้ามาก  สำหรับท่าน พระนามของพระองค์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุด  ฉันจึงมีความคิดว่านี่เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของฉัน  ฉันเคยพูดกับแม่ว่า “คุณแม่  โดยพระนามของพระคริสต์  หนูสาบานว่าจะไม่ทำสิ่งนี้อีก”  ทำให้ฉันไม่ต้องถูกแม่ทำโทษ  ด้วยความอ่อนแอ  ความดื้อดึงและความชั่วในตัวของฉัน  ฉันได้ทำความผิดและทำบาปมากขึ้นทุกที....ฉันเรียนรู้ว่าไม่นานคำพูดเหล่านี้ก็จะหายไปกับสายลม  แต่เมื่อคุณแม่ยืนยันอย่างแข็งขัน  ฉันก็พูดว่า “คุณแม่  ขอให้ฟ้าผ่าหนู  ถ้าหนูพูดโกหก”  คำพูดนี้ฉันเคยพูดหลายครั้ง....เวลาผ่านไป  แล้วฟ้าก็ผ่าฉันจริงๆ การที่ฉันอยู่ที่นี่ได้  ก็เป็นเพราะพระเมตตาของพระเป็นเจ้าอย่างเดียวเท่านั้น

“นี่เป็นการเริ่มต้นของเล่ห์กลปีศาจซาตาน  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  ฉันเริ่มสารภาพบาปอย่างไม่ดี  ฉันเลือกว่าจะสารภาพอะไร “จะสารภาพบาปนี้  แต่ไม่สารภาพอันนี้  บาปนี้ฉันจะบอกพระสงฆ์  ส่วนบาปนี้จะไม่บอก” การสารภาพบาปอย่างไม่ดีของฉันเริ่มต้นขึ้น” ในการทำเช่นนี้ ดร.กลอเรียไม่ได้โกหกพระสงฆ์แต่โกหกต่อพระเจ้า นี่จึงเป็นการสะสมบาปเอาไว้กับตัวโดยที่บาปไม่ได้ถูกยกออกไปเลย แม้จะไปสารภาพบาปอีกในคราวต่อๆ มา พวกเรารู้ใช่ไหมว่าการสารภาพบาปนั้นห้ามปิดบังแม้แต่บาปเดียว เราต้องสารภาพทุกบาปที่จำได้ ถ้าเราบอกบาปทั้งหมดที่จำได้ บาปที่เราลืมไปก็จะได้รับการยกออกไปด้วย แต่ถ้าเราบอกบาปไม่หมด บาปที่เราได้สารภาพออกไปก็ไม่ได้ถูกยกออกไปด้วยเพราะยังติดอยู่กับบาปที่เราจงใจปิดบังเอาไว้ ให้เราบอกบาปที่เราจำได้เฉพาะใจความสำคัญไม่ต้องลงในรายละเอียดซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เมื่อเราทำบาปจะเกิดบาดแผลในวิญญาณและการแก้บาปจะช่วยชำระบาดแผลนั้น การทำกิจใช้โทษบาปจะทำให้แผลของเราตื้นขึ้นๆ จนหายได้ในที่สุด ในทางตรงกันข้ามถ้าเรามีบาปเยอะ แผลมาก เราจะคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่ คนที่โมโห หงุดหงิดง่าย แสดงว่าแผลในวิญญาณของเขายังไม่หายดี เหมือนเรามีแผลแล้วมีคนมาสะกิดแผลของเราก็จะเจ็บปวดได้มากมาย ไฟชำระก็คือโรงพยาบาลที่จะช่วยรักษาวิญญาณในขั้นตอนสุดท้าย เราสามารถรักษาวิญญาณได้ตั้งแต่ในโลกนี้และเมื่อวิญญาณไม่มีแผล จิตชั่วก็ไม่ทางที่จะแหย่ทำร้ายได้ จิตจะสงบ นิ่ง ใครจะว่าอย่างไรก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวดทุกข์ร้อน

“เมื่อฉันเริ่มต้นชีวิตในบาป  พระเยซูเจ้าทรงทำให้ฉันรู้สึกถึงการสูญเสียสันติในจิตใจ  และเริ่มมีการสู้รบในมโนธรรม  แต่บรรดาเพื่อนหญิงของฉันพูดกับฉันว่า “อะไรนะ?  ไปสารภาพบาปหรือ? เธอโง่ไปแล้ว  เธอนี่ตกแฟชั่นจริงๆ  เธอไปสารภาพบาปกับใคร?  กับพระสงฆ์เหล่านั้นหรือ?  พวกเขาเป็นคนบาปยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก?”  เพื่อนหญิงของฉันไม่มีใครไปสารภาพบาปเลย  มีฉันเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไปสารภาพบาป  สงครามเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของฉัน” “จงพิจารณาดูเล่ห์กลของซาตานเถิด  เมื่ออายุ 13 ปี มันทำให้ฉันถอยห่างออกจากการสารภาพบาป  มันเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ  รู้ไหม? มันเอาความคิดผิดๆมาใส่ในหัวของเรา  ฉัน  กลอเรีย  โปโลได้กลายเป็นซากศพที่มีชีวิตเมื่ออายุ 13 ปี  แต่สำหรับฉันในเวลานั้นมันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องอยู่ในกลุ่มของเพื่อนผู้หญิง  เป็นเด็กหญิงที่เก่งและเชี่ยวชาญ...เมื่ออายุ 13 ปี  ฉันคิดว่าฉันรู้ทุกสิ่งแล้ว และทุกอย่างที่เกี่ยวกับพระเป็นเจ้าเป็นเรื่องล้าสมัย  หรือเป็นเรื่องโง่เขลา” “ฉันยังไม่ได้เล่าให้พวกคุณฟังเลยว่า  เมื่อพระสุรเสียงของพระเยซูเจ้าตรัสออกไป  และปีศาจได้หนีไปจากที่นั่นเพราะพวกมันไม่สามารถทนต่อพระสุรเสียงของพระองค์ได้  แต่มีปีศาจตัวหนึ่งซึ่งยังคงอยู่ที่นั่น  มันได้รับคำสั่งจากพระเยซูเจ้าให้อยู่ที่นั่น  ปีศาจตนนี้ร้องตะโกนด้วยเสียงดังอย่างน่ากลัวว่า “หล่อนเป็นของข้า  มันเป็นของข้า  มันเป็นของข้า”  มันอยู่ที่นั่น  เพราะเป็นมันที่วางแผนและออกอุบายให้ฉันทำบาป  จากความอ่อนแอของฉัน  เป็นมันที่ดึงฉันออกนอกทางจากการสารภาพบาป  เพราะเหตุนี้  พระเยซูเจ้าจึงทรงอนุญาติให้มันอยู่ถัดจากฉัน  และมันร้องตะโกนว่าฉันเป็นของมัน  มันได้กล่าวหาฉัน  เพราะฉันได้ตายไปในบาปหนัก  ตั้งแต่ตอนอายุ 13 ปีที่ฉันไม่ได้ไปสารภาพบาปอีกเลย  หลายครั้งที่ฉันสารภาพบาปอย่างไม่ครบถ้วน เพราะฉะนั้นฉันจึงเป็นของปีศาจตนนั้น  และมันสามารถอยู่ที่นั่นได้ในระหว่างการพิพากษา  คิดดูเถิดฉันอับอายเพียงไรที่เห็นบาปของตัวเองมากมายมหาศาล  และถูกปีศาจกล่าวหาฉัน  บอกว่าฉันเป็นของมันแล้ว  มันช่างน่ากลัวจริงๆ”  ปีศาจตนนี้เปรียบเหมือนอารักขเทวดาของดร.กลอเรียที่คอยล่อลวงให้เธอทำบาปตลอดเวลา ให้เราพิจารณาดูว่าตัวของเราในขณะนี้และที่ผ่านมา เรามีปีศาจหรือเทวดาประจำตัวของเราเป็นใหญ่กว่ากัน เราเลือกที่จะฟังและเดินตามใครมากกว่ากัน  เราไม่ต้องไปด่าว่าปีศาจที่คอยล่อลวงเรา เราแค่อย่าไปฟังและอย่าไปทำตามคำล่อลวง ไม่สนใจมันเท่านั้นเอง และมันก็จะทำอะไรไม่ได้ถ้าเราไม่เลือกที่จะทำตามข้อเสนอของมัน

โปรดติดตามตอนต่อไป>>
สามารถอ่านประสบการณ์ตายแล้วฟื้นของ ดร.กลอเรีย โปโล ฉบับเต็มได้ที่ http://freewillpalangjai.blogspot.com/


คำถาม-คำตอบ

การหย่าเป็นบาปหรือไม่? ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการหย่าในลักษณะไหน ในบางกรณีมีความจำเป็นในทางกฎหมาย เช่น การถูกฟ้องล้มละลาย อย่างนี้ไม่ถือเป็นบาป การแยกกันอยู่เพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายก็ไม่บาปหากไม่ได้ไปแต่งงานใหม่ ในกรณีที่แต่งงานทำพิธีในโบสถ์แต่ไม่ได้จดทะเบียนก็ถือว่าการแต่งงานนั้นสมบูรณ์แล้ว แต่ถ้าเป็นการหย่าเพื่อที่จะแต่งงานใหม่ถือว่าบาปและส่งผลจนกระทั่งคู่แต่งงานจะเสียชีวิต กฎหมายบ้านเมืองมีผลต่อชีวิตจิตไม่มาก ยกเว้นการหย่าเพราะความเกลียดชังต่อกันซึ่งจะส่งผลให้เป็นบาปจากความเกลียดชังแทน

การดูหมอบาปหรือไม่? การไปดูหมอเป็นการนำตัวเองไปสู่ความเสี่ยง เสี่ยงที่จะรู้สึกไปกับหมอดู คือการเริ่มขาดความไว้วางใจในพระเจ้า และหมอดูก็จะมีคำแนะนำต่างๆ ตามมาให้เราไปทำตาม ซึ่งทำให้เกิดบาปตามมาในที่สุด เมื่อมีความกลัวหรือสงสัยในชีวิตให้เราหันหน้าเข้าหาพระเจ้าเสมอไม่ใช่การไปพึ่งพาหมอดู