อุ้มบุญ






รวบ รวมบทความดีๆ ที่คุณพ่อบัญชา อภิชาติวรกุล คณะรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ ผู้ซึ่งมีพระพรแห่งการถ่ายทอดพระวาจาของพระเจ้าที่สามารถให้ทั้งสาระและความ บันเทิงไปพร้อมกัน บทความเหล่านี้เป็นการสรุปเฉพาะใจความสำคัญที่คุณพ่อได้ให้การแบ่งปันใน กิจกรรมสนทนาธรรม โดยกลุ่มฆราวาสแพร่ธรรม(ตามหาลูกแกะหลงทาง) ทุกวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สี่ของเดือน ณ ห้องประชุม ชั้นสาม ตึกวันทามารี วัดเซนต์หลุยส์
สนใจเข้าร่วมกิจกรรมติดต่อสอบถามได้ที่คุณจอน วิริยะอรรควุธิ โทร. 081 490 9371

อุ้มบุญ

แบ่งปันโดยคุณพ่อบัญชา อภิชาติวรกุล
ถอดความและเรียบเรียงโดย ตะเกียง
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2557

ข่าวที่ดังในช่วงเวลาที่ผ่านมาในประเทศของเราคือเรื่องของการอุ้มบุญ นักวิชาการบางท่านเรียกว่าเป็นการ “เช่ามดลูก” หากมองเพียงผิวเผินอาจคิดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรา แต่ถ้ามองให้ลึกเข้าไปในทางเทวศาสตร์แล้วนี่แสดงว่าเรากำลังรู้สึกเฉยๆ กับเด็กที่กำลังถูกฆ่าตายอย่างมากมาย ภาพที่ดูเหมือนว่าจะดี เมื่อคนหนึ่งมีทรัพย์และอยากจะมีลูก ดูไม่น่าจะเสียหายอะไร หากจะว่าจ้างให้อีกคนหนึ่งตั้งครรภ์ให้กับตน ทำให้ครอบครัวของตนสมบูรณ์ขึ้นเพราะการมีลูก แต่แท้จริง เรื่องนี้กระทบทั้งในทางเทวศาสตร์และจริยธรรม มันไม่ง่ายอย่างที่เราเห็นและคิด  

การอุ้มบุญในมุมมองคาทอลิค พ่อจะแบ่งปันอย่างง่ายๆ ไม่วิชาการจนเกินไปนัก    ในปฐมกาลพระเจ้าสร้างมนุษย์จากผงคลีดินและลมปราณแห่งชีวิตของพระองค์ มนุษย์เราจึงมีทั้งส่วนที่มาจากดิน และส่วนของพลังชีวิตจากพระเจ้า สังเกตดูง่ายๆ ว่าร่างกายคนเราแท้จริงก็คือดินนั่นเอง ศพที่ถูกฝังในสุสานเมื่อก็ย่อยสลายก็กลายเป็นดิน นี่คือความจริงที่เราสามารถมองเห็นได้ ในปฐมกาลนั้นก็มีการอุ้มบุญเกิดขึ้นแล้ว นางซาราห์และอับราฮัม คู่สามีภรรยาที่ร่ำรวยแต่ไม่มีบุตร ซึ่งเป็นเครื่องหมายในยุคนั้นว่าพระเป็นเจ้าสาปแช่ง นางซาราห์คิดแก้ปัญหาเอง ด้วยความใจร้อน จึงนำคนรับใช้ที่ชื่อฮาการ์ให้มาร่วมหลับนอนกับอับราฮัม ซึ่งสิ่งนี้พระเป็นเจ้าไม่ทรงยอมรับ พระองค์ต้องการให้เราเชื่อและวางใจในพระองค์ เพราะความจริงแล้ว พระองค์มีวิธีการมากมาย ที่จะประทานสิ่งต่างๆ ให้แก่เรา โดยที่เราไม่ต้องไปแสวงหาในแบบผิดๆ จนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาในภายหลัง

พระเยซูเจ้า ทรงตั้งศีลสมรสขึ้น เมื่อพระองค์ตรัสว่า “ชายจะละบิดามารดาของตนไป ผูกพันกับภรรยา และทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน” การแต่งงานเป็นพันธสัญญาแห่งความรัก ระหว่างชายคนหนึ่งกับหญิงคนหนึ่ง นี่คือข้อคำสอนของพระศาสนจักร แต่การอุ้มบุญไม่เป็นเช่นนี้ เพราะมีที่ผู้เกี่ยวข้อง อย่างน้อยชายหนึ่งคนและหญิงสองคน บุคคลที่สามที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เกิดจากความรักแต่เป็นเงินค่าจ้าง เมื่อตัวตั้งที่สำคัญกลายเป็นเงิน ไม่ใช่ความรัก ย่อมมีปัญหาแน่นอน เพราะเงินไม่สามารถแทนความรักได้ แต่ความรักสามารถทดแทนเงินได้ คำว่ากัดก้อนเกลือกิน คู่รักที่ยากจนหลายคู่แม้ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง แต่มีความรัก ความอดทนให้กันก็ยังสมัครใจที่จะอยู่ด้วยกัน แต่ในเรื่องอุ้มบุญมีแต่เรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องในการให้กำเนิด ไม่มีความรัก การเกิดของเด็กก็จะมีปัญหาต่อไปในอนาคต

การแต่งงานทำให้เกิดพันธะสามประการ 1.ความเป็นหนึ่งเดียว 2.หย่าร้างไม่ได้ และ 3.การให้กำเนิดบุตร ในการอบรมคำสอนก่อนแต่งงาน นี่คือสิ่งที่คู่สมรสต้องตกลงใจที่จะมีร่วมกัน การที่จะแต่งงานกัน ต้องมั่นใจว่ารักกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่การที่หวังจะให้อีกฝ่ายมาดูแลตนฝ่ายเดียว อีกคำถามหนึ่งที่สำคัญคือ มองเห็นข้อบกพร่องในตัวอีกฝ่ายหรือไม่ก่อนที่จะแต่งงานกัน ซึ่งจะทำให้แน่ใจว่าสามารถรักและอดทนต่อกัน เป็นครอบครัวเดียวกันไปได้ตลอดชีวิต   เรื่องของการอุ้มบุญเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันครอบครัว พระศาสนจักรเน้นชัดว่าคนเรานั้น ไม่ได้มีเพียงร่างกายแต่ยังมีวิญญาณด้วย และสาเหตุสำคัญที่ปัจจุบันนี้ โลกตกต่ำ สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากร่างกาย แต่จากวิญญาณที่บกพร่อง

ข้อผิดพลาดจากการอุ้มบุญ 1.มีเจตนาไม่ยอมรับพระประสงค์ของพระเจ้า การที่เด็กคนหนึ่งจะเกิดมา ต้องมีทั้งความร่วมมือของพ่อกับแม่และกับพระเจ้า หน้าตาของเด็กที่เกิดมาส่วนมากจะเหมือนพ่อแม่ แต่วิญญาณไม่เป็นเช่นนั้น วิญญาณของเด็กไม่ได้เหมือนพ่อแม่ แต่เหมือนพระเจ้า มนุษย์หนึ่งคนประกอบด้วยกายและวิญญาณ จึงจะสามารถถือกำเนิดขึ้นได้ การที่คนหนึ่งตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะมาจากความตั้งใจของเขาหรือไม่ แต่สำหรับพระเจ้านั้น เป็นความตั้งใจทุกครั้งในการที่มนุษย์คนหนึ่งจะถือกำเนิดขึ้นในโลก ปัญหาคือเมื่อคนเราตีความเอาเองว่า การที่พระเจ้าไม่ให้ตนมีลูก เพื่อมาเติมเต็มในครอบครัว เขายึดติดว่าสิ่งที่จะมาเติมเต็มตนเองได้ ต้องเป็นสิ่งนั้น สิ่งนี้เท่านั้น ทั้งที่พระเป็นเจ้ามีหนทางมากมายที่จะเติมเต็มชีวิตของเรา ผ่านทางสิ่งต่างๆ มีบางคนที่เป็นกรณีศึกษาที่ดีมาก เขาไม่มีลูกของตนเอง ได้ไปเลี้ยงเด็กที่บ้านเด็กกำพร้า ไปกอด ไปเยี่ยมทุกเดือน คอยสวดภาวนาให้ลูกๆ ในบ้านเด็กกำพร้าที่เขารับอุปการะเป็นลูกอยู่ประมาณสิบกว่าคน ลูกหลายคนออกจากบ้านไป ก็สามารถเรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท เมื่อลูกจะแต่งงานก็เชิญเขาไปเป็นพ่อแม่ในงานแต่งงาน ในอีกกรณีที่ผิด คือการนำเด็กกำพร้ามาเลี้ยง แต่ในใจลึกๆ ของตนคิดว่า เด็กนี้ไม่ใช่ลูกจริงๆ กลายเป็นทำให้เด็กมีปัญหา พ่อถามว่าเขาได้มีการสวดภาวนาให้กับเด็กมากแค่ไหน เพราะเขาเอาแต่โมโหกับพฤติกรรมที่ก้าวร้าวของเด็ก แต่ลืมมองไปว่า เด็กที่มาจากครอบครัวที่แตกแยก เป็นเด็กกำพร้านั้น พวกเขาล้วนมีรอยแผลลึกในวิญญาณของเขาอยู่แล้ว การเลี้ยงดูจึงไม่ใช่แค่การให้อาหารทางร่างกายเท่านั้น แต่ต้องเป็นการเลี้ยงดูที่ทำไปพร้อมกับพระ สวดภาวนาให้แก่เขามากๆ และสม่ำเสมอ ขอมิสซาให้เขาบ้าง อดทน ทุ่มเทให้กับเขาด้วยความรัก อย่าเอาแต่ด่าว่าเขา จนในที่สุด เมื่อเขาได้ลองทำตามที่พ่อแนะนำ ปรากฎว่าเด็กก็ค่อยๆ ดีขึ้น กลับมาเรียนหนังสือ จนกลายเป็นคนดีได้ ประสบการณ์นี้สอนเขา ว่าเด็กไม่ใช่ลูกของเขาคนเดียว แต่เป็นลูกของพระเจ้าด้วย  แต่ในกรณีที่เราบอกกับพระเจ้าว่า เราไม่ยอม เราอยากจะมีลูกของตนเอง และเลือกใช้เทคโนโลยีทำกิฟท์เข้ามาช่วย ในการทำกิฟท์มีกระบวนการ นำไข่และเชื้ออสุจิมาผสมกันที่หลอดแก้ว และนำตัวอ่อนไปฉีดใส่ผนังมดลูกของผู้หญิง ในการผสมไข่และเชื้อนี้ ต้องมีการทำเผื่อไว้หลายๆ อันเพื่อคัดเลือกไข่ ตัวอ่อน ให้ได้อันที่คิดว่าดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด ส่วนอันที่ไม่ผ่านการคัดเลือกก็ต้องทิ้งไป  นี่คือการฆ่าคน เพราะเป็นชีวิตที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเชื้อกับไข่ผสมเข้าด้วยกัน ชีวิตมนุษย์ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้น     การอุ้มบุญก็มีลักษณะ กระบวนการเช่นเดียวกับการทำกิฟท์ คือการคัดเลือกให้ได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด ซึ่งคือการทำแท้งและฆ่าคนดีๆ นี่เอง โดยที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า มีกี่สิบกี่ร้อยชีวิตที่ถูกฆ่าไป

2.การอุ้มบุญเป็นการมองว่าสามารถใช้เงินสร้างชีวิตขึ้นมาได้
3.คนที่รับจ้างตั้งครรภ์จะต้องพยายามไม่รู้สึกผูกพันกับลูกในท้อง เพราะเมื่อถึงเวลาที่จะต้องยกให้ผู้ว่าจ้าง จะได้ไม่รู้สึกเสียใจมาก เมื่อเด็กที่เกิดมา ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความรู้สึกรักใคร่ผูกพัน ย่อมส่งผลกระทบต่อเด็ก เพราะมนุษย์จะอยู่รอดได้อย่างสมบูรณ์ ก็เพราะการดูแลด้วยความรัก และความรักก็คือแก่นของมนุษย์ เปรียบเทียบเหมือนบ้านหลังหนึ่งที่มีเสาตั้งอยู่เป็นแกนตรงกลาง แกนเสาคือความรัก เมื่อเกิดพายุคือปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต หลายคนที่ไม่สามารถผ่านปัญหาพายุในชีวิตไปได้เพราะเขาไม่มีแกน เมื่อเจอปัญหามากเข้า บ้านก็ถล่มชีวิตก็พัง แต่ถ้าชีวิตมีแกนของความรักค้ำจุนอยู่ เมื่อเจอปัญหามากๆ ก็อาจจะซวนเซบ้างแต่จะไม่ถึงกับพังลง ชีวิตที่ไม่มีแก่นเป็นชีวิตที่อ่อนแอเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลา ไม่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลของชีวิต ที่มีทั้งทุกข์และสุขสลับกันไปเสมอ แกนนี้ก็เหมือนกระดูกในตัวเรา ถ้าเราไม่มีกระดูกจะยืนอยู่ได้อย่างไร วิญญาณในร่างกายหนึ่ง จึงต้องมีความรักเป็นแกนหลักให้กับชีวิต เขาจึงจะเป็นคนได้อย่างสมบูรณ์ พ่อได้เคยแบ่งปันไปแล้วว่า ได้ไปทำมิสซาให้ผู้ต้องขังในเรือนจำทุกเดือน คราวนี้มีความคืบหน้าของผู้ต้องขัง ที่พ่อเคยได้รับการดลใจให้จูบที่โซ่ตรวนของเขา ครั้งล่าสุดที่ได้พบกัน เขาไม่ต้องใส่โซ่ตรวนอีกแล้วและหน้าตาก็ดูสดชื่นขึ้นมาก หลังจากที่เพื่อนๆ ของเขาได้แก้บาปกันครบทุกคนแล้ว ไม่ปรากฎว่าเขาจะเข้ามาแก้บาปด้วย เมื่อมีโอกาสพ่อจึงเข้าไปคุยกับเขา ชวนคุยเรื่องทั่วไปรวมทั้งถามว่าเขามีใครที่รู้จักบ้างหรือไม่ เขาตอบว่าไม่มีใคร ตัวคนเดียว พ่อได้ถามเขาว่าอยากแก้บาปไหม เขาตอบว่า เขาไม่ได้แก้บาปมานานหลายปีมากแล้ว นานจนกระทั่งจำวิธีแก้บาปไม่ได้ ที่ไม่เข้าไปขอแก้บาปกับพ่อก็เพราะ ไม่รู้จะทำอย่างไร พ่อจึงอธิบายและบอกวิธีให้แก่เขา รอยยิ้มของเขาก่อนจากกันหลังจากที่ได้แก้บาปแล้ว เป็นรอยยิ้มที่ดูสว่างไสวมีความสุข ผิดไปเป็นคนละคนกับที่เคยเจอเมื่อคราวก่อน แม้เขาจะยังคงเป็นนักโทษในเรือนจำอยู่เช่นเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือตัวของเขา ใจของเขา ที่ได้รับรู้ สัมผัสถึงความรัก คนเราจะสมบูรณ์ได้ ก็ต้องมีแก่นของความรักนี้ มิฉะนั้น ก็ไม่อาจเรียกว่าคนอย่างสมบูรณ์ได้ คนจึงต้องมีการเลี้ยงดูทั้งฝ่ายร่างกาย และวิญญาณ ลักษณะการให้นมแก่ทารกของมารดา เป็นภาพที่อบอุ่นมาก ทารกไม่ได้ถูกเลี้ยงด้วยน้ำนมเพียงอย่างเดียว แต่มีไออุ่นของอ้อมกอดมารดาด้วย เด็กจึงจะสามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ คือการเติบโตทั้งกายและวิญญาณ คนที่เป็นแม่อุ้มบุญเขาเลี้ยงฝ่ายกายได้ แต่ไม่สามารถเลี้ยงฝ่ายวิญญาณได้ ส่งผลให้เด็กที่เกิดมามีความบกพร่องทางชีวิตจิต กลายเป็นปัญหาสังคมต่อไป และปัญหาที่หนักที่สุดคือ เมื่อเรายอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ก็จะนำไปสู่การค้ามนุษย์อย่างแน่นอน มนุษย์จะกลายเป็นสินค้า สมัยนี้มีเรื่องของเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ เด็กเกิดจากการอุ้มบุญอาจถูกนำไปทำเป็นอะไหล่มนุษย์ต่อไป จากสถิติทุกๆ เด็ก 236 คน จะมีเด็กหนึ่งคนถูกขายไปในการค้ามนุษย์ และถ้าเรื่องของการอุ้มบุญเป็นที่แพร่หลาย สถิติเด็กที่ถูกนำไปค้ามนุษย์จะเพิ่มขึ้นอีกมากมายเท่าใด

4.มารดาผู้ที่ว่าจ้างจะได้เป็นเพียงแค่แม่บุญธรรมในทางกฎหมาย นั่นอาจเป็นปัญหา ทั้งในส่วนของการเรียกร้องสิทธิของความเป็นมารดาและภรรยา และการสามารถอ้างสิทธิมีส่วนเกี่ยวข้องในมรดกของผู้รับจ้างอุ้มบุญ

ปีศาจทำให้เรามองว่าการที่ครอบครัวหนึ่งไม่มีลูก อยู่กันอย่างเศร้าสร้อยหดหู่ ถ้าทำการอุ้มบุญ ก็จะทำให้ครอบครัวมีความสุข สมบูรณ์ขึ้น อีกฝ่ายก็ได้เงิน แต่ประเด็นที่เสียหายลึกซึ้งไม่มีการพูดถึง นี่คือกลลวงของปีศาจ ใช้ความดีหนึ่งในร้อยส่วนชูขึ้น เพื่อล่อลวงให้คนเห็นว่าดีและทำตาม เมื่อทำตามแล้วส่วนที่เสียหายก็จะตามมาอีกมากมาย ในบางรายพออุ้มบุญเสร็จ ผู้ว่าจ้างเกิดเปลี่ยนใจไม่เอาก็ต้องไปทำแท้งอีก เรื่องของการอุ้มบุญจึงไม่ใช่เป็นแค่การอุ้มบุญ แต่เป็นการเติบโตของมนุษย์คนหนึ่งที่มีศักดิ์ศรีเหมือนเรา คือการลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กลายเป็นสินค้าอย่างหนึ่ง และเรากำลังจะผลิตมนุษย์ที่จะมีปัญหา เพิ่มเข้ามาในโลกอีก ซึ่งนั่นไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าอย่างแน่นอน

แบ่งปันพระวาจา  พระวารสารนักบุญยอห์น บทที่ 3:1-8

1พระเยซูเจ้าทรงสนทนากับนิโคเดมัส

ชายคนหนึ่งจากกลุ่มชาวฟาริสีชื่อ นิโคเดมัส เป็นหัวหน้าคนหนึ่งของชาวยิว 2เขามาเฝ้าพระเยซูเจ้าตอนกลางคืน ทูลว่า “รับบี พวกเรารู้ว่า ท่านเป็นอาจารย์ที่มาจากพระเจ้า เพราะไม่มีใครทำเครื่องหมายอัศจรรย์อย่างที่ท่านทำได้ นอกจากพระเจ้าจะสถิตกับเขา” 3พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่าไม่มีใครเห็นพระอาณาจักรของพระเจ้าn ถ้าเขาไม่ได้เกิดใหม่ ” 4นิโคเดมัสทูลถามว่า “คนชราแล้วจะเกิดใหม่ได้อย่างไรกัน เขาจะเข้าไปในครรภ์มารดาอีกครั้งหนึ่ง แล้วเกิดใหม่ได้หรือ” 5พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านว่าไม่มีใครเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า ถ้าเขาไม่เกิดจากน้ำและพระจิตเจ้า 6สิ่งใดที่เกิดจากเนื้อหนังย่อมเป็นเนื้อหนัง สิ่งใดที่เกิดจากพระจิตเจ้า ย่อมเป็นจิต 7อย่าประหลาดใจถ้าเราบอกท่านว่า ท่านทั้งหลายจำเป็นต้องเกิดใหม่จากเบื้องบน 8ลม ย่อมพัดไปในที่ลมต้องการ ท่านได้ยินเสียงลมพัดแต่ไม่รู้ว่า ลมพัดมาจากไหน และจะพัดไปไหนทุกคนที่เกิดจากพระจิตเจ้าก็เป็นเช่นนี้”
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พ่อได้รำพึงไตร่ตรองเกี่ยวกับพระศาสนจักรในยุคปัจจุบัน และสิ่งที่เราเผชิญกันอยู่ วันนี้ในมิสซาฉลองวัดเซ็นต์หลุยส์ พระคุณเจ้าได้เทศน์ถึงคริสตชนในอิรักที่กำลังถูกเบียดเบียนอย่างหนัก มีการเปิดเผยถึงความเลวร้าย การบังคับให้เปลี่ยนศาสนา ทั้งการบังคับให้ต้องจ่ายภาษี ถูกเนรเทศ ใครที่ไม่ยอมทำตามก็ถูกยิงตาย ถูกทำร้าย ถูกทรมาณ ผู้ชายและเด็กถูกฆ่าตาย ผู้หญิงถูกส่งไปให้ทหารข่มขืน เขาต้องการที่จะลบล้างเผ่าพันธุ์ อิรักถือเป็นประเทศที่ให้กำเนิดศาสนาที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก อับราฮัมก็มาจากอิรัก อิรักมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก โบสถ์ที่เพิ่งจะถูกทำลายไป มีศพของประกาศกโยนาห์ฝังอยู่ แรงระเบิดได้ทำลายทั้งตัวโบสถ์และที่ฝังศพของประกาศกโยนาห์ด้วย ประกาศกโยนาห์คือประกาศกที่ไปประกาศข่าวให้กลับใจ แก่ชาวเมืองนีนะเวห์ ว่าถ้าไม่กลับใจพระเป็นเจ้าจะลงโทษ ท่านทำหน้าที่ประกาศก แม้จะฝืนใจทำ เมื่อประกาศแล้วก็ปรากฎว่าชาวเมืองนีนะเวห์ได้กลับใจ ในขณะที่ชาวคริสตชนในอิรักกำลังถูกเบียดเบียนอย่างหนัก ลองมองย้อนมองดูที่ประเทศไทยของเราบ้าง ในเบื้องหลังของภาพที่เหมือนจะมีอิสระเสรี แต่ความจริงเรากำลังถูกเบียดเบียนหรือไม่?